ซื้อ Ads Saver แล้วใช้ไม่ทัน เติมเงินเพิ่มจะตัดก้อนไหนก่อน

ซื้อ Ads Saver แล้วใช้ไม่ทัน เติมเงินเพิ่มจะตัดก้อนไหนก่อน?

ช่วงนี้มีทั้งเพื่อนสนิทและคนที่ติดตามในเพจ ทักมาถามผมคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ บ่อยมากครับ

“พี่เจตน์ ผมซื้อ Ads Saver มา แต่ใช้ไม่ทัน”
“ถ้าผมเติมเงินเพิ่ม มันจะตัดก้อนไหนก่อนครับ?”
“เครดิตฟรียังเหลือ แต่ทำไมใช้ไม่ได้?”

ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่เรื่องนี้คือเงินจริงๆ ที่หายไปเงียบๆ
(และหลายคนกว่าจะรู้ตัว เงินหายไปทั้งก้อน = ขาดทุนแล้ว)

ที่คุณต้องสนใจเรื่องนี้ เพราะหลายคนใช้ส่วนลด 10-20% ที่ดีใจตอนกดซื้อไม่ทัน
ส่วนลดพวกนี้จะ “ลดได้จริง” ก็ต่อเมื่อคุณใช้เครดิตหมดทันเวลาเท่านั้น

ถ้าใช้ไม่ทัน ส่วนลดที่ได้มาก็เหมือนไม่ได้ลด
คุณกลายเป็นว่าได้จ่ายแพงกว่าเติมเงินปกติซะอีก
(หลายคนในเพจเสียรู้ และเสียเงินไปหลายแสนเพราะเรื่องนี้เลยครับ)

บทความนี้ผมสรุปให้ครบในที่เดียว ว่าระบบตัดเครดิตยังไง
ถ้าใช้ไม่ทันแปลว่าเสียเท่าไหร่ และควรทำยังไงก่อนกดซื้อแพ็กครั้งต่อไปครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลเงื่อนไขในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2026 Shopee ปรับเงื่อนไขได้ตลอด ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ

สรุปสั้นๆ ก่อนอ่าน

  • เครดิต Ads Saver ทั้งส่วนที่จ่ายและส่วนที่แถม หมดอายุใน 30 วันนับจากวันซื้อ (แพ็กพิเศษบางแพ็กหมดอายุใน 7 วัน)
  • เติมเงินเพิ่ม ระบบจะตัดก้อนที่ใกล้หมดอายุก่อนเสมอ เราเลือกเองไม่ได้
  • แพ็กแรกยังใช้ไม่หมด แพ็กถัดไปจะถูกล็อกไว้ ทั้งที่เวลาของมันเดินไปแล้ว
  • แพ็กลด 20% ต้องใช้ให้ได้อย่างน้อย 80% ถึงจะเท่ากับเติมเงินปกติ

Ads Saver คืออะไร ทำไมต้องรีบใช้

Ads Saver คือแพ็กเครดิตโฆษณาราคาพิเศษ ที่ Shopee ให้สำหรับร้านค้าที่เข้าโปรแกรม PRIME Seller

แม้ว่าหน้าเว็บจะบอกว่ามี 2 แพ็ก คือ ลด 10% กับ ลด 20% แต่ความเป็นจริงแล้ว ในช่วงต้นเดือนมักจะแอบมีแพ็ก ลด 15% และ 25% เข้ามาเพิ่มเติมด้วย (ซึ่งจะโผล่มาไม่กี่วัน) และเตือนก่อนว่า “ลดมากๆ ไม่ได้แปลว่าเหมาะกับคุณ” เดี๋ยวผมจะเล่าความแตกต่างเพิ่มต่อท้าย แนะนำว่าตั้งใจอ่านดีๆ นะครับ

หน้าเติมเครดิต แพ็ก Ads Saver ลด 20% และ 10% พร้อมวันหมดอายุ
ตัวอย่างหน้าเติมเครดิต แพ็กลด 20% และ 10% (หมดอายุภายใน 30 วัน)

ขนาดแพ็ก Shopee ตั้งให้แต่ละร้านเอง ดูจากประวัติการยิงแอดย้อนหลังของร้านคุณ

ในแพ็กจะมีเครดิต 2 ส่วนรวมกัน

  • Paid Credits = ส่วนที่คุณจ่ายเงินจริง
  • Free Credits = ส่วนที่แถมให้ (นี่แหละคือ “ส่วนลด”)

แต่ข้อที่คนพลาดกันเยอะที่สุดคือข้อนี้ครับ

เครดิตทั้งก้อน ทั้งส่วนที่จ่ายและส่วนที่แถม หมดอายุใน 30 วัน นับจากวันที่ซื้อ หมดแล้วหมดเลย ไม่ขยายเวลาให้ไม่ว่ากรณีไหน

ต่างจากการเติมเงินแบบปกติที่ไม่มีส่วนลด ซึ่งไม่มีวันหมดอายุครับ

แถมเครดิตก้อนนี้ ขอคืนไม่ได้ แลกเป็นเงินสดไม่ได้ โอนให้ร้านอื่นก็ไม่ได้ และใช้จ่ายได้เฉพาะ Search Ads / Discovery Ads / Boost Ads เท่านั้น (Display Ads หน้าโฮมเพจ จ่ายด้วยเครดิตไม่ได้ เขาแยกบิลส่งอีเมลมาต่างหาก)

หน้าเติมเครดิต แพ็กลด 90% 25% 15% ที่หมดอายุเร็วกว่าแพ็กหลัก
แพ็กพิเศษลด 90% 25% และ 15% ที่ไม่ได้ระบุในหน้าเงื่อนไขหลัก

ถ้าคุณดูจากภาพด้านบนดีๆ มีสมาชิกท่านหนึ่งในกลุ่ม Open Chat แจ้งผมและเพื่อนๆ สมาชิกว่า เคยมีแพ็ก 90% ตามภาพด้วยครับ

ถ้าคุณซื้อแพ็กเครดิตที่ลด 15% กับ ลด 25% หรือ 90% ที่ไม่มีระบุในหน้าเงื่อนไขหลัก
ล้วนจะหมดอายุภายใน 7 วันหลังจากที่ซื้อ ไม่ใช่หมดอายุภายใน 30 วันเหมือนแพ็กหลักนะครับ

ที่คุณควรรู้คือ ส่วนลดค่าโฆษณา Shopee Ads นี้ ไม่ได้มีขายตลอดทั้งเดือน

Shopee Ads Saving Package จะเปิดขายเฉพาะวันที่ 3 – 16 ของทุกเดือนเท่านั้น
ถ้าคุณซื้อไม่ทัน ต้องรอเดือนถัดไปเลยครับ

เติมเงินเพิ่มแล้ว ระบบตัดก้อนไหนก่อน?

ตอบสั้นๆ คือ ก้อนที่ใกล้หมดอายุก่อนครับ

Shopee มีเครดิตโฆษณา 3 ประเภท

  1. เครดิตฟรีทั่วไป (เช่น ได้จากภารกิจ หรือแคมเปญ)
  2. เครดิตฟรีแบบ 1:1 (ใช้คู่กับเงินที่เติม หักพร้อมกันครึ่งต่อครึ่ง)
  3. เครดิตที่เติมเงินเอง

ระบบจะหักอัตโนมัติตามลำดับนี้

  1. เครดิตที่ใกล้วันหมดอายุที่สุด
  2. ถ้าหมดอายุพร้อมกัน ก้อนไหนเริ่มใช้ได้ก่อน ตัดก่อน

และคุณเลือกเองไม่ได้นะครับ

แปลว่าอะไร?

เครดิต Ads Saver อายุ 30 วัน ส่วนเงินที่เติมปกติไม่มีวันหมดอายุ เพราะฉะนั้นถ้าคุณเติมเงินปกติเพิ่มระหว่างที่แพ็กยังเหลือ ระบบจะตัดจากแพ็ก Ads Saver ก่อนอยู่แล้ว เงินที่เติมปกติจะรออยู่เฉยๆ ไม่ได้ไป “แย่ง” ใช้ก่อน

สิ่งเดียวที่ทำให้เครดิตหมดเร็วขึ้น คือยอดใช้จ่ายโฆษณาต่อวันที่สูงขึ้นเท่านั้น

กับดักที่คนไม่ค่อยรู้: ซื้อแพ็กซ้อน

Shopee เขียนไว้ชัดว่า เครดิตในแพ็กเกจที่ยังใช้ไม่หมด จะล็อกเครดิตแพ็กเกจถัดไปไว้ ต้องใช้ก้อนแรกให้หมดก่อน ก้อนถัดไปถึงจะใช้ได้

นี่คือเหตุผลที่หลายคนงงว่า “เครดิตฟรียังเหลือ แต่ทำไมใช้ไม่ได้”

และถ้าเป็นแพ็ก Ads Saver ที่นับ 30 วันจากวันซื้อ แพ็กที่ 2 อาจถูกล็อกไว้รอแพ็กแรก ทั้งที่เวลาของมันก็เดินไปเรื่อยๆ สรุปง่ายๆ แพ็กแรกยังไม่หมด อย่าเพิ่งซื้อแพ็กที่ 2ครับ

อีกเคสคือเครดิต 1:1 ถ้าเงินที่เติมไม่พอให้หักคู่ เครดิต 1:1 จะถูกระงับ และเครดิตถัดไปทั้งหมด (รวมเครดิตฟรี) จะถูกล็อกจนกว่าจะเติมเงินเข้าไป

หน้าบัญชีโฆษณา เครดิตฟรีแบบ 1:1 เหลือแต่ยอดเติมเครดิตเป็น 0
ตัวอย่าง: ยอดเติมเครดิตเป็น 0 แต่ยังมีเครดิตฟรีแบบ 1:1 ค้างอยู่

ส่วนถ้าคุณอยากรู้ว่าตอนนี้ระบบตัดเครดิตก้อนไหนอยู่ เข้าไปดูที่ Shopee Ads > บัญชีของฉัน > Consumption Type ได้เลยครับ

หน้าบัญชีโฆษณา แสดงเครดิตที่ใช้ได้ เติมเครดิต และเครดิตฟรี

จากภาพ ตัวอย่างเพื่อนผมคนหนึ่ง ไม่ได้คำนวณว่าจะใช้ Ads ทันไหม ซื้อแพ็กเกจหลักแสน วันสุดท้ายเผาใช้งบ Credit Ads ไม่ทัน เงินหายไปเกือบ 9,000 บาทฟรีๆ

ถ้าใช้ไม่ทัน แปลว่าเสียเท่าไหร่?

ผมควรจะบอกคุณตรงๆ ว่า ถ้าใช้ไม่ทัน = คุณขาดทุนครับ
ลองจำตัวเลขนี้ไว้ครับ

  • แพ็กลด 20% ต้องใช้ให้ได้อย่างน้อย 80% ของเครดิตทั้งหมด ถึงจะเท่ากับคุณเติมเงินปกติ
  • แพ็กลด 10% ต้องใช้ให้ได้อย่างน้อย 90%

ต่ำกว่านี้เมื่อไหร่ = คุณจ่ายแพงกว่าเติมเงินปกติทันที

ลองดูตัวอย่างแพ็กลด 20% จ่าย 8,000 บาท ได้เครดิต 10,000

ใช้ได้จริงใน 30 วันจ่ายไป (บาท)ถ้าเติมปกติจะจ่าย (บาท)ผล
10,000 (100%)8,00010,000ประหยัด 2,000
8,000 (80%)8,0008,000เท่ากัน
6,000 (60%)8,0006,000แพงกว่า 2,000

เห็นไหมครับ “ส่วนลด 20%” กลายเป็น “จ่ายแพงกว่า 2,000” ได้ง่ายๆ แค่ใช้ไม่ทันเท่านั้น

และอย่าลืมว่าเครดิตที่เหลือพอหมดอายุก็หายเลย ไม่ได้คืน ไม่ได้ทบไปเดือนหน้าครับ

และเรื่องจริงที่ผมอยากตอกย้ำคุณอีกรอบคือ
คุณจะโดนบังคับให้เร่งการใช้ Ads มากกว่า และต้องเร็วกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว

การซื้อแพ็กเกจ Ads Saving Package แม้ว่าจะลดได้จริง
แต่มีการกำหนดระยะเวลาที่คุณต้องใช้ให้หมด
(คือต้องเผางบให้หมดภายใน 7 วัน หรือ 30 วัน ตามที่ระบุ)
ถ้าใช้ไม่ทัน แปลว่าหายทั้งก้อน และการที่จะใช้ให้หมด แปลว่าต้องวางแผนดีมาก

โดยทั่วไป แพ็กเกจพวกนี้ ถ้าพูดภาษาคนขาย
เป็นแพ็กเกจที่แพลตฟอร์มอยาก Upsale ให้เราใช้งบประมาณกับ Shopee มากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเอง

เช่น คุณอาจเคยซื้อแพ็กเกจ 50,000 บาท ลด 20%
อีกเดือนหนึ่ง ถ้าคุณอยากลด 20% เหมือนเดิม
ระบบอาจมีให้เหมือนกัน แต่คราวนี้คุณต้องเติม 75,000 บาท

ตรงตามเงื่อนไขที่ระบบบอกอ้อมๆ ว่า

“แพ็ก Shopee Ads Saver มีให้ท่านเลือกซื้อผ่านทาง Seller Center และได้รับการกำหนดค่า (configured) ตามระดับชั้น (tier) ที่กำหนดให้กับผู้ขายที่ได้รับเชิญแต่ละราย โดยอยู่ภายใต้ดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวของ Shopee” — เงื่อนไขโปรแกรม Shopee Ads Saver ข้อ 2.1

เนี่ย ระบบล่อให้คุณติดใจในการเติมเงิน และอยากได้ค่า Ads ที่ถูกลง
โดยให้คุณจ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ได้แล้ว เห็นไหมครับ
ระบบฉลาดมาก

(เราต้องฉลาดตามให้ทันนะ)

ก่อนกดซื้อแพ็กครั้งต่อไป เช็ก 4 ข้อนี้ก่อน

1. คิดก่อนว่าใช้หมดไหม เอาค่าแอดเฉลี่ยต่อวัน 7-14 วันที่ผ่านมา x 30 ถ้าได้ต่ำกว่ามูลค่าเครดิตในแพ็ก อย่าซื้อครับ ตัวอย่าง แพ็ก 10,000 คุณต้องยิงแอดได้เฉลี่ยวันละ 334 บาทขึ้นไป ทุกวัน

2. ดูปฏิทิน 30 วันข้างหน้า ช่วงที่มีแคมเปญใหญ่ (เช่น 11.11) คุณจะใช้งบเยอะกว่าปกติ ซื้อแพ็กให้ครอบช่วงนั้นพอดี ดีกว่าซื้อตอนช่วงเงียบ

3. แพ็กเก่ายังไม่หมด อย่าซื้อแพ็กใหม่ เพราะแพ็กใหม่อาจถูกล็อกรอ ทั้งที่เวลา 30 วันของมันเดินไปแล้ว

4. ตั้งเตือนตัวเองที่วันที่ 20 เข้าไปดูว่าเครดิตเหลือเท่าไหร่ ถ้าเหลือเยอะค่อยเร่งงบ แต่เร่งใส่แอดที่ ROAS ดีอยู่แล้วเท่านั้นนะครับ

ข้อสุดท้ายนี่สำคัญมาก อย่าเผาเงินให้หมดเพราะกลัวเครดิตหมดอายุ ถ้าเอาเครดิตไปใส่แอดที่ขาดทุน คุณแค่เปลี่ยนจาก “เสียส่วนลด” เป็น “เสียทั้งเครดิตและกำไร” ครับ บางทียอมให้เครดิตหมดอายุไปบ้าง ยังเจ็บน้อยกว่า

สรุป

เติมเงินเพิ่มไม่ได้ทำให้แพ็ก Ads Saver หายไวขึ้น และก็ไม่ได้ไปแย่งใช้ก่อน ระบบตัดก้อนที่ใกล้หมดอายุก่อนเสมอ

สิ่งที่คุณคุมได้จริงๆ มีแค่ ซื้อแพ็กให้พอดีกับงบที่ใช้จริง ไม่ใช่ซื้อเพราะเห็นคำว่า “ส่วนลด” ครับ

ใครเคยเจอเคสแปลกๆ เรื่องเครดิตโฆษณา มาแชร์กันได้นะครับ ผมจะเอาไปตอบต่อใน LIVE รอบหน้า

GET BETTER +1 กันครับ

แหล่งที่มา (เช็ก 8 ตุลาคม 2026): การใช้เครดิตโฆษณาและการเติมเงิน (Shopee Ads) · เงื่อนไขและข้อกำหนด โปรแกรม Shopee Ads Saver

Similar Posts

  • สรุป LIVE EP29: ไม่มีแสง = หมา! ทำไมยุคนี้คนขายออนไลน์ต้องสร้างแสง

    สรุปไฮไลต์ LIVE EP29 เรื่องเล่าจากหลังเวทีสัมมนา ว่าทำไมยุคนี้คนขายที่ไม่มีแสงต้องวิ่งแย่งลูกค้าด้วยราคาเหมือนหมาล่าเนื้อ และวิธีสร้างแสงที่ทุกคนเริ่มได้

  • ได้รู้อะไรมากขึ้นบ้าง? แชร์ประสบการณ์ขึ้น SHOPEE LIVE ด้วยตัวเองต่อเนื่อง 30 วัน

    ก่อนอื่นผมต้องเกริ่นว่า สำหรับใครที่คิดว่าคนที่เปิดคลาสสอน Shopee ทำ Content Shopee / Lazada / TikTok มีเพจคนตามเกือบแสนคนแล้วคิดกันไปเองว่าผมต้องเก่งกว่าคุณทุกอย่างไปหมด คุณคิดผิด!! เพราะจริงๆ สิ่งที่ผมนำมาแชร์เกิดจากประสบการณ์ที่ได้ลงมือทำและการลงมือทำ ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะได้ผลลัพธ์ที่เท่ากันเสมอไป เพราะที่แน่ๆ ถ้าสินค้าคุณแตกต่าง จุดเด่นคุณแตกต่าง และ พื้นฐานคุณแตกต่าง มันจะไม่มีทางได้ผลลัพธ์ที่เหมือนกันเลยครับ ฉะนั้นบทความนี้เป็นการแชร์ประสบการณ์ของผม ซึ่งมันถูกต้อง และ เป็นเรื่องจริงของผมแต่มันอาจไม่ถูกต้อง และไม่จริงสำหรับคุณก็ได้ เอาเป็นว่าอ่านแล้วอย่ากดดัน อ่านแล้วเลือกเก็บเกี่ยวสิ่งที่มีประโยชน์ไปใช้ก็พอครับ ถ้าเข้าใจและพร้อมแล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ อันนี้เป็นสถิติที่ผมกดย้อนดูไป 30 วัน ครับผมกด LIVE ไป 30 ครั้งเวลารวมในการขึ้น LIVE 48 ชั่วโมง 33 นาที 51 วินาทียอดเข้าชม 23,400 ครั้งผู้ชม 19,400 คนค่าเฉลี่ยในการดู 49 วินาทีดูพร้อมกันสูงสุด 44 คนได้ผู้ติดตามใหม่จากการ LIVE 192…

  • สรุปวิธีเช็คสินค้าที่ส่วนตัวไม่แนะนำให้เป็นตัวแทนแบบสต็อกสินค้าขายเด็ดขาด (เสี่ยงเงินจม และ ได้ไม่คุ้มเสีย)

    ผมเป็นคนนึงที่ตุนสต็อกแบบซื้อมาขายไปเปิดบิลทุกครั้งหลักหลายหมื่น-แสนในหลายแบรนด์และพบว่ามีสินค้าหลายตัว ที่เคยขายดีแต่ปัจจุบันขายแทบไม่ได้ และ สินค้าจมสต็อกหลายบาท ผมจึงหวังว่าประสบการณ์นี้อาจช่วยให้เพื่อนๆเปิดมุมมองมากขึ้นนะครับเพราะยุคนี้เราสามารถลงทุนน้อย / ได้กำไรเทียบเท่ากันหรือมากกว่าได้โดยไม่ต้องตุนสินค้าให้เหนื่อยเสียสุขภาพจิตเวลาขายไม่ได้และมีความเสี่ยงน้อยลงด้วย ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ ข้อแนะนำสินค้าที่ควรเลี่ยง ไม่ควรตุนสต็อกเพื่อขาย1. สินค้าที่มีแบรนด์เปิด Official Store ขายเองในทุก Platform ไม่ว่าจะเป็น Shopee / Lazada / TikTokจริงๆ ข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้ในปัจจุบัน เพราะ แทบทุกแบรนด์เปิดตัวมาขายเองในออนไลน์หมดแล้วการ Disrupt ของ Platform ที่ผ่านมาทั้งส่วนลดต่างๆ หรือ การทำโปรแรงๆของตัวแทนทำให้แบรนด์เห็นว่ายังมีเม็ดเงินรายได้ตรงนี้อยู่อีกมาก จึงไม่แปลกถ้าอยากกระโดดมาตะครุบยอดเองเพราะส่วนใหญ่เสียค่าธรรมเนียมการขายน้อยกว่าส่วนลดให้ตัวแทนอีก ถ้าแบรนด์ไหนทำครบหมดแล้ว แปลว่าช่องทางที่คุณกำลังขายคุณกำลังแข่งขันกับแบรนด์ตรงๆ ในเวทีเดียวกันแล้ว คุณจึงต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ว่า“ทำไมลูกค้าต้องซื้อกับคุณ แทนที่จะซื้อจากร้านค้าทางการ” 2. สินค้าที่แบรนด์ที่ไม่มีความตั้งใจที่จะควบคุมราคาให้มีความเสมอภาคในการขายบนช่องทางออนไลน์ผมหมายถึง ไม่มีการควบคุมแบบเด็ดขาดสำหรับส่วนลดเพิ่มเติม ที่ผู้ขายจะต้องออกส่วนลดเพิ่มให้ลูกค้าอีก เช่น แบรนด์ให้ตั้งราคาขาย 399 บาทแต่ร้านค้าที่ขาย ทำ Flash Sale เหลือ 379 บาทหรือทำส่วนลดร้านค้าลดเพิ่มอีก 50 บาท สุดท้ายลูกค้าซื้อร้านตัวแทน A เพียง…

  • สรุป LIVE EP28: Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมอีกรอบ ทำยังไงให้รอด? หลักที่ผมใช้จริง

    Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมรอบ Q3 ร้านทั่วไปราว 28% ร้าน Mall ราว 31% — สรุปหลักเอาตัวรอดจาก LIVE EP28 ตั้งแต่คัดสินค้า ตั้งราคาแบบ Smart Pricing ยิงโฆษณาให้คุ้ม ไปจนถึง Game Changer อย่าง Affiliate

  • สรุป LIVE EP31: ใช้ ChatGPT x Shopee ส่องคู่แข่ง หาคีย์เวิร์ด ดันอันดับสินค้า

    ใช้ Shopee plugin ใน ChatGPT ในมุมคนขาย ส่องคู่แข่งท็อป 10 หาคีย์เวิร์ด Long-tail และตั้งชื่อสินค้าให้ระบบเข้าใจ พร้อมสิ่งที่เชื่อได้และเชื่อไม่ได้จากเครื่องมือนี้

  • ถ้าย้อนวัยไปได้ซัก 10 ปี วันนี้ผมจะเป็นนายหน้าเต็มตัว

    1. เริ่มได้โดยใช้เงินลงทุนน้อย ตัวผมเองมีสินค้าในสต๊อกหลายล้านบาทแต่ไม่ได้แปลว่าคนที่มีสินค้าในสต๊อกหลายล้านบาทจะต้องได้กำไรเดือนนึงหลายแสน – หลายล้านบาทตาม ผมเห็นหลายต่อหลายท่านร่ำรวยจากการเป็นนายหน้าและมีรายได้ตั้งแต่หลักพัน – หลักแสนบาท(หลักล้านก็มีฮะ ตัวท๊อปๆ) ซึ่งการที่จะได้กำไรเยอะๆ ไม่ได้ผันแปรว่าคุณจะต้องมีเงินถุงเงินถังสต๊อกสินค้าในโกดัง แต่รายได้พวกนี้จะมากขึ้นตามความสามารถที่แท้จริงที่คุณมี 2. ได้หาสิ่งที่ชอบจริงๆ ถ้ายังไม่ชอบก็เปลี่ยนไปมาได้ถ้าสมัยก่อนจะต้องมีคนถามว่าอยากเปิดร้านขายของ แต่ไม่รู้จะขายอะไรดี? จะเปิดร้านก็กังวลเรื่องทุนจมไม่รู้เปิดร้านแล้วทำเลดีไหมความเสี่ยงมันเยอะไปหมด แต่สมัยนี้สั้นกว่า เพราะคุณตัดประโยคแรกออกไปได้เลย“เหลือแค่คำว่าจะขายอะไรดีพอ” คุณอาจได้ลองเริ่มจากของใกล้ตัวจริงๆก็ได้เคยเห็นคนขายอุปกรณ์ของใช้ในบ้านอุปกรณ์แต่งสวน อุปกรณ์ตกแต่งบ้านไหม? หลายๆโพส หลายๆคลิปมักพูดแบบนี้เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวก่อน แล้วลองเล่าดูว่าทำไมคุณถึงใช้มันคุณจะได้เรียนรู้ว่าถ้าเป็นของที่คุณใช้ ชอบ และ อินมันจะเริ่มต้นง่ายมากเลย 3. ไม่ต้องยึดติดกับสินค้าตัวเดียวพ่อค้าส่วนใหญ่มักตายตรงนี้เพราะ ถ้าลงทุนกับสินค้าตัวไหนไปแล้วอยากได้ราคาถูก ต้นทุนถูก ก็ต้องตุนมากๆแต่พอตุนมากๆ แล้วระบายสต๊อกไม่ทัน หรือมีสินค้าตัวใหม่ออกมาสิ่งที่ทำได้ก็คือรีบหาทางแก้เกม เช่น ลดราคาหนีคนที่มีสินค้าอยู่ในมือ คือ ลงทุนไปแล้ว“แพ้ไม่ได้”เพราะถ้าแพ้ก็ขาดทุน!! แต่ถ้าเราเป็นนายหน้าถ้ายอดขายไม่ดี เราดูทรงแล้วว่ามีอย่างอื่นดีกว่าเราก็พร้อมเปลี่ยนไปทดลองสินค้าใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีอะไรยึดติดและตามกระแสผู้บริโภคทันและได้เข้าใจผู้บริโภคตัวจริงด้วย 4. ได้สร้าง Online Assetเหมือนลงทุนอสังหาออนไลน์ให้ตัวเองต่อยอดเพิ่มได้ในอนาคต คำว่า Asset ในที่นี้ผมหมายถึง(ผู้ติดตาม / ช่อง) ที่เกิดปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าตัวจริงในอนาคต เช่น คุณสร้างช่องที่แม่บ้านเม้ามอยให้ฟังหรือสร้างช่องที่แม่เล่าเรื่องลูกให้ฟัง(ลองนึกถึง แม่ตุ๊ก Little Monster)…

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *