สรุป LIVE EP21 อัพเดทค่าธรรมเนียมคนขาย Shopee Q2/2026 ก่อนขาย กำไรยังเหลือไหม

สรุป LIVE EP21: ค่าธรรมเนียม Shopee Q2/2026 โดนจริงเท่าไหร่? กำไรยังเหลือไหม

⚠️ บทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2026 — หลังจากนั้นผมไลฟ์อัปเดตเรื่องเดียวกันอีกแล้ว แนะนำให้ดูคลิปล่าสุดก่อนครับ 👉 สรุป LIVE EP32: ค่าธรรมเนียม Shopee ขึ้น ปรับตัวยังไงให้ธุรกิจรอด (4 สิงหาคม 2026) และ สรุป LIVE EP33: ทำไมแบรนด์คุมราคาไม่ได้ 5 ฟีเจอร์ Shopee ที่ทำราคาพัง (17 สิงหาคม 2026)

LIVE EP21 : SHOPEE101 ก่อนขาย กำไรยังเหลือไหม? อัพเดทค่าธรรมเนียมคนขาย SHOPEE Q2/2026 — LIVE เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2026 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที) ไลฟ์นี้ผมไล่ประกาศค่าธรรมเนียมใหม่ของ Shopee ที่จะมีผลตั้งแต่ 7 เมษายน 2026 แบบช้าๆ ทีละบรรทัด เหมาะมากสำหรับมือใหม่ หรือคนที่อ่านประกาศแล้วงงว่าสรุปตัวเองโดนหักจริงๆ เท่าไหร่กันแน่ครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2026 (วันที่ LIVE) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ

▶️ ดู LIVE เต็ม (สำหรับสมาชิก Membership)

ไฮไลต์จาก LIVE นี้

  • ตารางตัวอย่างของ Shopee คำนวณให้ดูแค่ “ค่าธรรมเนียมการขาย” บรรทัดเดียว ไม่ใช่ทั้งหมดที่โดนจริง
  • ค่าพื้นฐานที่ร้านทั่วไปหนีไม่พ้น: แฟชั่นราว 23.01% / อุปโภคบริโภคราว 21.94% + 1.07 บาทต่อออเดอร์
  • ร้าน Mall บวกเพิ่มอีก 3.21% และยังมี LiveXtra, Flash Sale Dynamic Discount, ผ่อนชำระ, ค่าคอม KOL ให้เลือกจ่ายเพิ่ม
  • รวมค่าการตลาดแล้ว ผมแนะนำให้เตรียมไว้ราว 35–50% ของราคาขาย
  • ก่อนขายให้ทำ “เจ๊งในกระดาษ” — ลิสต์ทุน ราคาขาย ค่าหักทุกตัว แล้วดูว่ากำไรเหลือพอยิงแอดไหม

1) อย่าเชื่อตารางตัวอย่าง มันบอกแค่บรรทัดเดียว

ประกาศที่ Shopee ส่งมาจะมีตารางตัวอย่างการคำนวณ เช่น ร้าน Mall เข้า Prime Seller โดนประมาณ 11.77% มือใหม่เห็นแล้วก็จะคิดว่า “อ้าว แค่ 10 กว่าเปอร์เซ็นต์เอง” ซึ่งไม่ใช่ครับ ตารางนั้นคิดให้ดูแค่ ค่าธรรมเนียมการขาย ตัวเดียว ยังมีค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ค่าโครงสร้างพื้นฐาน และค่าโปรแกรมต่างๆ ซ้อนอยู่อีกเยอะ เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่เราเห็นแค่ยอดครับ

ในไลฟ์ผมสอนวิธีเปิดดูเองด้วยว่าต้องกดตรงไหนในประกาศ แล้วไล่หาหมวดหมู่ของเราในตารางยังไง (หมวดหลัก → หมวดระดับ 1 → 2 → 3) เพราะแต่ละหมวดคิดไม่เท่ากันครับ

2) ค่าพื้นฐาน 4 ตัวที่ร้านทั่วไปต้องจ่ายแน่ๆ

ผมแยกเป็น 2 ตัวอย่างให้เห็นภาพ คือแฟชั่น (เช่น เสื้อยืด) กับสินค้าอุปโภคบริโภค (เช่น อาหารสัตว์) สำหรับร้านทั่วไป (Non-Mall) ที่เข้า Prime Seller ซึ่งผมมองว่าเป็น “must” เพราะถ้าไม่มีป้ายส่งฟรี/ป้ายโค้ดส่วนลด ลูกค้าแทบไม่ซื้อแล้ว

รายการ (รวม VAT)แฟชั่นอุปโภคบริโภค
ค่าธรรมเนียมการขาย (เข้า Prime Seller)11.24% (ไม่เข้า 13.38%)10.17% (ไม่เข้า 12.31%)
ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน3.21%3.21%
ค่าโปรแกรม Prime Seller (ส่งฟรี + ส่วนลด)8.56%8.56%
ค่าโครงสร้างพื้นฐาน1.07 บาท/ออเดอร์1.07 บาท/ออเดอร์
รวมพื้นฐาน23.01% + 1.07 บาท21.94% + 1.07 บาท

พูดง่ายๆ ขายเสื้อ 100 บาท ก็โดนหักไปราว 24 บาทแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลยครับ ส่วนส่วนลดสำหรับผู้ขายรายเล็ก (ยอดต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน) ลดให้แค่ประมาณ 0.5–1.5% ผมเลยแนะนำให้คิดแบบเต็มแม็กไว้ก่อน

3) ร้าน Mall แพงกว่า และโปรแกรม “เลือกจ่าย” ที่ซ้อนขึ้นไปอีก

ถ้าเป็นร้านทางการ (Mall) ให้บวกเพิ่มอีก 3.21% แฟชั่นจะกลายเป็นราว 26.22% และอุปโภคบริโภคราว 25.15% แล้วยังมีโปรแกรมที่เลือกเข้าได้อีก เช่น

  • LiveXtra (ร้านไลฟ์โค้ดโหด) 3.21% — เพื่อให้มีโค้ดลดแรงๆ ในไลฟ์ แต่ลูกค้าใช้โค้ดซ้อนได้จำกัด บางครั้งจ่ายไปแล้วลูกค้าไม่ได้ใช้โค้ดนั้นก็เสียฟรี
  • Flash Sale Dynamic Discount 3.21% — Shopee เป็นคนกำหนดเองว่าจะลดให้กี่เปอร์เซ็นต์และลดตอนไหน
  • ผ่อนชำระ (บัตรเครดิต / SPayLater) — เรทใหม่ปรับขึ้นราว 1% และถ้าลูกค้าผ่อน 12 เดือน ร้านโดนสูงสุดประมาณ 7.49% (คิดแทนค่าธรรมเนียมการชำระเงินปกติ ไม่ได้ซ้อนกัน)
  • ค่าคอม KOL/Affiliate หมวดทั่วไปเริ่มต้น 7% (ยังไม่รวม VAT) และระบบมักแนะนำให้ตั้ง 10–12%

ในไลฟ์ผมเล่าละเอียดว่าทำไมโปรแกรมพวกนี้ถึงทำให้คนขายแข่งกันตัดราคาเอง ทำไมตัวแทนจำหน่ายที่ตั้งราคาตามแบรนด์ยังแพ้ และเรื่องระบบหักเงินไปเติมเครดิตโฆษณาที่มีคนโดนตั้งไว้สูงถึง 18% โดยไม่รู้ตัว อันนี้ต้องระวังมากครับ

4) “มีแพลตฟอร์มคนไทยค่าธรรมเนียม 0%” แก้ปัญหาไม่ได้จริงเหรอ?

ทุกครั้งที่ค่าธรรมเนียมขึ้นจะมีคนถามว่าเมื่อไหร่จะมีแพลตฟอร์มคนไทย ผมลองคิดให้ดูในไลฟ์ว่าต่อให้ไม่เก็บค่าการขายเลย เรายังต้องเจอค่าชำระเงิน ค่าส่งที่ไม่ฟรี และที่ยากที่สุดคือการเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้าที่ชินกับโค้ด 20–25% ทุกวันไปแล้ว ขนาด Shopee เองยังใช้เวลาหลายปีและทุ่มงบมหาศาลกว่าจะสร้างพฤติกรรมช้อปในไลฟ์ได้ครับ

ไม่ใช่ว่าแพลตฟอร์มจะขึ้นไปสุดที่เท่าไหร่ แต่คือเราจะเลิกขายเมื่อไหร่ — ถ้าตัวเลขไม่ไหว ก็ต้องกล้าตัดสินใจ

5) ก่อนขาย ทำ “เจ๊งในกระดาษ” ก่อนเจ๊งจริง

ฐานพื้นฐาน 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ยังไม่รวมค่าการตลาดทั้งในและนอกแพลตฟอร์ม (Shopee Ads, Live Ads, Coins, Meta, Google) ซึ่งถ้าไม่มีการมองเห็นก็เท่ากับไม่มีตัวตน ผมเลยบอกว่ารวมๆ ควรเตรียมไว้ราว 35–50% และใน Q&A ผมแนะนำว่างบโฆษณาพื้นฐานควรมีราว 5–10%

  1. ลิสต์สินค้าทุกตัว: ทุนเท่าไหร่ ขายเท่าไหร่ ราคาตลาดเท่าไหร่
  2. หักค่าธรรมเนียมทุกตัวที่ร้านเราเข้าจริง แล้วดูว่าเหลือกี่เปอร์เซ็นต์
  3. กำไรที่เหลือ ยิงแอดได้สูงสุดเท่าไหร่โดยไม่ขาดทุน ตัวไหนยิงแล้วคุ้มไปต่อ ตัวไหนไม่คุ้มหยุดก่อน
  4. ถ้าพื้นฐานไม่เหลือกำไรเลย อาจต้องรีบเทของออกก่อนค่าธรรมเนียมใหม่มีผล แล้วไปหาลู่ทางอื่น

ใน LIVE เต็มยังมีอีกเยอะครับ: วิธีเปิดดูตารางหมวดหมู่ของตัวเองแบบ step-by-step, เรื่องค่าแคมเปญร้าน Mall ที่แพงกว่าเกือบ 2 เท่า, วิธีเช็กว่าลูกค้าผ่อนกี่เดือนจากไฟล์คำสั่งซื้อ, มุมมองเรื่อง KOL กับเจ้าของแบรนด์, Seller Affiliate 8% ที่ได้ยากกว่าที่คิด, KPI ที่ผมใช้ดูว่าแอดคุ้มไหม และ Q&A อีกเพียบ 👇

YouTube Membership

ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership

สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *