ปก LIVE EP20 Shopee Full Funnel รีทาร์เก็ตด้วย Shopee CPAS x Meta

สรุป LIVE EP20: Shopee Full Funnel รีทาร์เก็ต CPAS ไม่ให้เสียเงินฟรี

LIVE EP20 : Shopee Full Funnel ยิง Ads ทั้งทีต้องขายให้คุ้ม ด้วย Shopee CPAS x Meta — LIVE เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2026 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที) LIVE นี้ผมเล่าเรื่อง Full Funnel แบบภาษาเพื่อน ว่าทำไมร้านใน Shopee หลายร้านยิงแอดเพิ่มแล้วยอดไม่โต และการรีทาร์เก็ตด้วย Shopee CPAS x Meta เหมาะกับใคร ยิงยังไงไม่ให้เสียเงินฟรีครับ เหมาะกับเจ้าของร้าน เจ้าของแบรนด์ และคนที่กำลังคิดจะยิงแอดนอกแพลตฟอร์ม

หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 5 มีนาคม 2026 (วันที่ LIVE) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ

▶️ ดู LIVE เต็ม (สำหรับสมาชิก Membership)

ไฮไลต์จาก LIVE นี้

  • Full Funnel คืออะไร — ทำไม Shopee เป็นแพลตฟอร์ม “ปิดการขาย” ไม่ใช่ที่สร้างความอยากได้
  • อัตราการหยิบใส่รถเข็นตก = ต้องยิงแอดมากขึ้นเพื่อขายได้เท่าเดิม (เคสยิงแอด 3 เท่า ยอดเท่าเดิม)
  • ทำไมสายเทรด (ซื้อมาขายไป) กำไรเหลือ 2–3% และไม่มีงบไปรีทาร์เก็ต
  • CPAS คืออะไร ยิงผ่าน Facebook เอง vs ยิงผ่าน Shopee Seller Center ต่างกันยังไง
  • เคสจริงของผม: ยิง CPAS 500 บาท Frequency เกิน 5 ในวันเดียว — บอกอะไรเรา

Full Funnel คืออะไร และทำไมขายแค่ใน Shopee แล้วยอดตัน

Funnel หรือกรวยการขาย แบ่งง่ายๆ เป็น 3 ชั้นครับ ชั้นบน (Awareness) คือทำให้คนรู้ว่าตัวเองมีปัญหาหรืออยากได้ เช่น เล่าที่มาของแบรนด์ ชั้นกลางคือรีวิว ทำให้คนมั่นใจ และชั้นล่าง (Conversion) คือ “หยิบตะกร้าเลย ตอนนี้ราคาเท่านี้”

ของบางอย่างไม่ต้อง Full Funnel ก็ได้ครับ เช่น ที่ขัดแก้วราคา 30 กว่าบาทที่ผมเห็นคลิปแล้วกดซื้อเลย แต่ของที่ราคาสูงขึ้น อย่างมือถือ หม้อหุงข้าว เครื่องดูดฝุ่น คนต้องดูรีวิว หาข้อมูลก่อน

ปัญหาคือ TikTok หรือ Facebook รู้จักเราลึก รู้ว่าเรามีลูกเล็ก สนใจอะไร แต่ Shopee รู้แค่ว่าเรา “ค้นหาอะไร” ร้านเล็กๆ หลายร้านเลยไปกองอยู่แค่ชั้นล่าง ยอดตกก็ยิงแอดเพิ่ม ไลฟ์เพิ่ม รอแย่งคนที่อยากได้อยู่แล้ว ซึ่งมีจำกัดครับ

ทำโซเชียลดี แต่ไม่ขายใน Shopee = เคาน์เตอร์เก็บเงินไม่ครบ / ดักแต่ใน Shopee โดยไม่เคยป้ายยา = เปลี่ยนใจใครไม่ได้

รถเข็นคือ “สกิลพื้นฐาน” ที่ร้านส่วนใหญ่มองข้าม

ใน LIVE ผมให้คนดูช่วยกันตอบว่า “จังหวะไหนเราถึงหยิบของใส่รถเข็น” ได้คำตอบเพียบ ทั้งอยากได้ จำเป็นต้องใช้ ไปเจอรีวิว รอโปร รอโค้ด เทียบราคาร้านอื่น ซึ่งพอจับมาเรียงก็ตรงกับ Funnel เป๊ะ: อยากได้/จำเป็น อยู่ชั้นบน, เจอรีวิว อยู่ชั้นกลาง, รอโค้ด/รอโปร อยู่ชั้นล่าง

ใน Shopee คนเข้ามาเพื่อซื้อ ไม่ได้มาดูคอนเทนต์ เห็นรูปแล้วไม่กด = อดขาย กดแล้วไม่หยิบใส่รถเข็น = อดขาย มีเคสที่มาปรึกษาผมครับ ยิงแอดจาก 500,000 เป็นล้าน แต่ยอดขายเท่าเดิม สาเหตุง่ายๆ คืออัตราการหยิบใส่รถเข็นลดลงไป 3 เท่า เลยต้องจ่ายเพื่อให้คนเห็นมากขึ้น 3 เท่า

ถ้าใช้เงินตบได้ทุกอย่าง คนรวยก็ต้องรวยขึ้นเรื่อยๆ — ขายอะไรก็ตาม ต้องเข้าใจคนก่อน

ทำไมสายเทรดถึงไปต่อยาก และไม่ควรฝันเรื่องรีทาร์เก็ต

สายเทรดหรือซื้อมาขายไปหลายคนอยู่ไม่ได้เพราะ 1) สร้างความอยากได้ไม่เป็น เลยต้องไปกองแข่งโค้ดส่วนลดกันข้างล่าง 2) ทำให้คนอยากซื้อกับเราคนเดียวไม่เป็น 3) สบายเกินไปในช่วงที่ผ่านมา

เพื่อนผมที่มีร้านเทรดเดอร์บอกว่ากำไรเหลือประมาณ 2–3% บางเคสที่ผมเจอเหลือแค่ 0.5–1% ลองคิดดู ขายวันละล้าน กำไร 2% ก็เหลือ 20,000 ก่อนหักค่าพนักงานและค่าแอด ส่วนร้านเล็กขายวันละ 5,000 กำไร 2% ก็เหลือ 200 บาท ยังไม่พอจ้างคนแพ็คของ

ยังมีค่าใช้จ่ายแฝงที่หลายคนเผลอเปิดไว้ เช่น เปิดผ่อนชำระที่โดนคิดเพิ่ม 3% หรือโปรแกรมประหยัดค่าส่งคืนสินค้าที่คิดออเดอร์ละ 2 บาท (ณ วันที่ LIVE) มีเจ้าของร้านคนหนึ่งโดนเรียกเก็บเดือนละ 30,000 บาท ทั้งที่ของแทบไม่ถูกตีคืน

ข้อสรุปคือ ถ้าทุกสินค้ามาร์จินบางมาก การรีทาร์เก็ตเป็นเรื่องฝันครับ ยิงไปก็เปลืองเงิน

Shopee CPAS x Meta: 2 วิธียิง ต่างกันยังไง

Shopee ไม่แชร์ Pixel ให้ใคร แต่ถ้ายิงผ่าน CPAS (Collaborative Ads) Shopee จะเอาข้อมูลหลังบ้าน เช่น คนที่เคยดูสินค้า หยิบใส่รถเข็น หรือเคยซื้อไปแล้วแต่ยังไม่กลับมาซื้อซ้ำ มาให้ Meta ยิงโฆษณากลับไปหาคนกลุ่มนี้ โดยไม่เปิดเผยว่าเป็นใคร และโฆษณาจะดึงสินค้าในร้านเป็นแคตตาล็อกที่ปรับตามความสนใจของแต่ละคนให้เอง อย่างที่ผมเพิ่งโดนแอดของ Xiaomi ยิงมาก่อนขึ้นไลฟ์

ยิงเองผ่าน Facebook (Business Manager)Meta Ads ใน Shopee Seller Center
ต้องมีเพจไหมต้องมีไม่ต้องมีเพจ
ตั้งกลุ่มเป้าหมายแยกเองได้ละเอียด (คนใหม่ / คนหยิบใส่รถเข็น / คนเคยซื้อ)ระบบรวมทุกกลุ่มไว้ในงบก้อนเดียว
งานที่ต้องทำตั้งแคมเปญ แยกข้อความตามกลุ่มใส่รูป/วิดีโอ เขียนแคปชั่น จ่ายเงิน จบ

ข้อดีของการแยกกลุ่มเองคือ “สื่อสารได้ตรง” คนที่ไม่เคยรู้จักเรา กับคนที่หยิบใส่รถเข็นแล้วยังไม่จ่าย ควรได้ข้อความคนละแบบ ยิงโปรโมชันไปหาคนที่ไม่เคยสนใจเลยก็ไม่มีประโยชน์ครับ

ทำไมรีทาร์เก็ตแล้วไม่เวิร์ค (เคสจริงของผม)

ผมลองตั้งแอดตาม Best Practice ที่ Shopee แนะนำ แยก 3 แอดเซ็ต: คนไม่เคยเห็น / คนเคยดูและหยิบใส่รถเข็น / คนเคยซื้อ ยิงแค่ 500 บาท งบยังใช้ไม่หมด แต่ Frequency เกิน 5 ภายในวันเดียว แปลว่ากลุ่มเป้าหมายเล็กเกินไป ระบบยิงซ้ำคนเดิมจนเขารำคาญ

  • ต้นเหตุจริงคือ Funnel ด้านบนบาง คนเข้ามาดูร้านน้อย คนหยิบใส่รถเข็นน้อย เลยไม่มีใครให้รีทาร์เก็ต
  • ยิงหาคนที่เคยซื้อ (Cross-sell) ก็ไม่ได้ผลถ้าออร์เดอร์น้อยเกินไป
  • Shopee ไม่รู้ว่าเขาไปซื้อร้านอื่นแล้วหรือยัง จะมีส่วนหนึ่งที่ยิงเสียเปล่าแน่นอน
  • อย่าคาดหวัง 100% — ยิงหา 100 คนที่เคยสนใจ แล้วกลับมาซื้อสัก 3–5 คนด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ก็ถือว่าคุ้ม

คำแนะนำของผมคือ อย่าข้ามขั้น ถ้ายิงแอดใน Shopee ยังไม่รอด ยังไม่ต้องมายิง CPAS ครับ ทำให้คนเห็น กดดู และหยิบใส่รถเข็นใน Shopee ให้ได้ก่อน ลองทดสอบตัวเองง่ายๆ: เสิร์ชอะไรก็ได้ใน Shopee กดแอดตัวแรก แล้วถามตัวเองว่าทำไมเรายังไม่ซื้อ

ใน LIVE ผมยังเล่าเรื่องจังหวะการยิงซ้ำ (เช่น คนที่ดูหมอนแก้ปวดคอแล้วยังไม่ซื้อ ควรโดนเตือนเร็วแค่ไหน), การยิงโปรตามช่วงเวลาแบบที่แบรนด์ทำในวันแคมเปญ และการแบ่งงบ BAU กับวันแคมเปญตามสไลด์ของ Shopee

ใน LIVE เต็มยังมีอีกเยอะครับ: คำตอบทีละข้อว่าทำไมรีทาร์เก็ตไม่เวิร์ค (ค่าแอดแพงแต่ไม่มียอด, AOV ต่ำ, เลยช่วงกระแส ฯลฯ), สัดส่วนงบการตลาดที่ผมใช้ดูในแต่ละหมวดสินค้า, วิธีคิด GMV Max และจุดคุ้มทุน, เรื่องดันสินค้าฟรีทุก 4 ชั่วโมงช่วยจริงไหม, เทคนิคเขียนเรื่องรับประกัน/คืนสินค้าให้ลูกค้ามั่นใจ และช่วง Q&A สดกับคนดู 👇

YouTube Membership

ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership

สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *