สรุป LIVE EP26: วิถีต้องรอด Q3/2026 ค่าธรรมเนียม 25-30% ขายยังไงให้รอด
LIVE EP26 : วิถีต้องรอด Q3/2026 — ลงคลิปเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 43 นาที) LIVE นี้ผมกลับมาคุยแบบเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟังครับ ว่าในวันที่ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มขึ้นไม่หยุด คนขายออนไลน์ โดยเฉพาะสายเทรดเดอร์ (ซื้อมาขายไป) จะเอาตัวรอดยังไง เหมาะกับคนที่รู้สึกว่ายอดยังมีแต่กำไรหายไปเรื่อยๆ
หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 17 กรกฎาคม 2026 (วันที่ลงคลิป) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ
ไฮไลต์จาก LIVE นี้
- จำเลขกลมๆ ไว้เลย: ร้านทั่วไปเสียประมาณ 25% ร้าน Mall ประมาณ 30% (เมื่อเข้าโปรแกรมพื้นฐาน) ณ วันที่ LIVE
- อย่าหวังว่า GP จะลด — ผมมองว่ามันจะขยับไปจนใกล้ GP ของห้าง/ออฟไลน์
- เทรดเดอร์อยู่ยากขึ้น ต้อง “แม่นขึ้น” และ “เลือกมากขึ้น”
- ROAS ในกระดานแอดไม่ใช่ของจริง ต้องหา True ROAS จากออเดอร์ที่สำเร็จจริง
- คนที่รอดจริงคือคนที่ทุ่มเวลาสร้าง Value ให้ลูกค้า มากกว่าการเล่นเครื่องมือแพลตฟอร์ม
ค่าธรรมเนียม 25% / 30% คือเบสใหม่ และยังไม่มีทีท่าจะหยุด
ผมเล่าย้อนให้ฟังก่อนครับ ช่วงแรกๆ ที่ตลาดเทเข้าออนไลน์ หรือช่วงโควิด GP ของแพลตฟอร์มอยู่ราวๆ หลัก 10% โค้ดลดเยอะมาก คนซื้อคุ้ม คนขายคุ้ม แต่แพลตฟอร์มขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี พอถึงวันนี้ทุกเจ้าก็ขึ้นตามกันหมด
ตัวเลขที่ผมอยากให้จำแบบกลมๆ คือ ถ้าคุณเข้าค่าธรรมเนียมพื้นฐานจริงๆ (ค่าคอม + โปรแกรมส่งฟรี + โค้ดส่วนลด เพื่อให้มีโค้ดเท่ากับร้านอื่น) ร้านทั่วไปจะเสียประมาณ 25% ส่วนร้าน Mall ประมาณ 30% ซึ่งแทบเท่ากันทุกแพลตฟอร์ม และถ้ายังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาควบคุม ผมเดาเล่นๆ ว่าทุกๆ ประมาณ 2 เดือนอาจขึ้นอีกราว 2–3%
| แพลตฟอร์ม | โปรแกรมพื้นฐานที่ต้องเข้า (ตามที่เล่าใน LIVE) |
|---|---|
| Shopee | ค่าคอม + โปรแกรมส่งฟรี + โค้ดส่วนลด |
| Lazada | Premium Package (ส่งฟรี + โค้ดส่วนลด) |
| TikTok Shop | LIVE Extra + แคมเปญอย่าง Brand Crazy Deal / Flash Sale หรือคูปองร้าน |
แนวคิดที่ผมได้มาจากการคุยกับคนทำ CRM ท่านหนึ่งแล้วเห็นด้วยมาก คือ GP ออนไลน์จะไปจบที่ “จุดสมดุล” คือใกล้ๆ กับ GP ของห้าง (ราวๆ 35–40%) วันนั้นผู้บริโภคจะเริ่มรู้สึกว่า ซื้อออนไลน์หรือหน้าร้านก็ราคาพอกัน แล้วตลาดก็จะกลับสู่การแข่งขันแบบปกติ เพราะฉะนั้นไม่ต้องคาดหวังว่าจะลดครับ คาดหวังกับตัวเองดีกว่า
ทำไมเทรดเดอร์ถึงโดนบีบหนักที่สุด
คนที่เจ็บก่อนคือคนกลางครับ ร้านที่รับมาขายไปในหมวดที่แข่งกันดุ มาร์จิ้นจากเดิมเคยได้ 5–10% ตอนนี้บางคนเหลือแค่ 1–3% แถมยังมีความเสี่ยงอื่นๆ ซ้อนอีก เช่น เคสที่มีคนทักมาเล่าว่าขายสินค้านำเข้ามาหลายปี รีวิวดีมาก วันดีคืนดีแบรนด์เข้ามาแจ้งละเมิดลิขสิทธิ์ สินค้าถูกระงับ รีวิวที่สะสมมาหายหมดในทันที
อีกเรื่องที่ผมเห็นบ่อยคือ ขึ้นราคาตามค่าธรรมเนียมได้ก็จริง แต่ถ้าคู่แข่งไม่ขึ้น ของเก่ายังระบายไม่หมด รอบสั่งของใหม่ก็มาถึง กระแสเงินสดก็เริ่มติดลบ กำไรไปจมอยู่ในสต็อก
เทรดเดอร์อยู่ยากขึ้น ต้องแม่นขึ้น และต้องเลือกมากขึ้น
ทำตามลำดับ 3 → 2 → 1 ก่อนคิดเรื่องยิงแอด
ใน LIVE ผมเล่าแบบตามอารมณ์ไปเรื่อยๆ เลยขอสรุปให้เป็นลำดับที่อยากให้ลองทำครับ
- (ข้อ 3) รู้ทุน รู้ทุนแฝง รู้ว่าแพลตฟอร์มหักเท่าไหร่ — ทุนไม่ใช่แค่ราคาสินค้า แต่รวมกล่อง ค่าแรง ค่าแพ็ก ของตีกลับ ของเสียหาย ข้อพิพาทที่แพ้ ส่วนค่าธรรมเนียม อย่าเชื่อตารางสรุปที่ทำด้วย AI ตามเพจต่างๆ มากนัก ให้เปิดออเดอร์ล่าสุดของตัวเองสัก 5–10 ออเดอร์ เอาเงินที่ได้รับจริง หารด้วยราคาที่ตั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ย (แนะนำให้ดูบนคอม ไม่ใช่มือถือ)
- (ข้อ 2) แอดเชื่อไม่ได้ 100% — ตัวเลขในกระดานแอดรวมออเดอร์ที่ยกเลิก ไม่สำเร็จ หรือสั่งแล้วไม่จ่ายเข้าไปด้วย
- (ข้อ 1) ทำใจว่าเราเอาแน่เอานอนกับระบบไม่ได้ — เรื่องการมองเห็นบางทีเกินความเข้าใจของคนและ AI
ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพใน LIVE ว่า ถ้าตั้ง ROAS 3 เท่ากับค่าแอดกินไปราว 33% บวกค่าแพลตฟอร์ม 25% ค่า operation อีกราว 10% และถ้ามีค่า KOL อีก 10% ลองคิดดูว่าเหลือกำไรเท่าไหร่ ยิ่งถ้าลด ROAS ลงไปเหลือราว 2 ค่าแอดก็ปาไปราว 50% แล้ว กำไรแทบไม่เหลือ ยังไม่รวมโปรแกรมย่อยอื่นๆ เลย
True ROAS: ตัวเลขแอดที่ควรดูจริงๆ
วิธีคิดง่ายๆ คือ เทียบออเดอร์ “ทั้งหมด” กับ “ที่สำเร็จจริง” ใน Business Insights แยกราย SKU เช่น ระบบโชว์ว่าขายได้ 100 ออเดอร์ แต่สำเร็จจริง 80 ถ้าคุณตั้ง ROAS 10 ผลตอบแทนจริงอาจเหลือแค่ราว 8 เวลาตั้งเป้า ROAS ก็ต้องเผื่อส่วนต่างตรงนี้เข้าไปด้วย
อัตรายกเลิกก็ต่างกันไปตามประเภทสินค้า สินค้าที่ตัดสินใจง่าย เห็นปุ๊บกดปุ๊บ กับสินค้าที่ลูกค้าศึกษามาเยอะแล้วค่อยซื้อ จะมีโอกาสยกเลิกไม่เท่ากัน ใน LIVE ผมยังเล่าถึงเรื่อง Rapid Boost ว่าทำงานยังไงในมุมที่ผมเข้าใจ และข้อสังเกตว่า Shop GMV Max อาจเคลมผลงานจากลูกค้าเก่าที่ตั้งใจค้นชื่อร้านมาซื้ออยู่แล้วด้วย
เลือกให้น้อยลง ลากลูกค้าเข้า Ecosystem ของตัวเอง
พอรู้ตัวเลขจริงแล้ว คุณจะต้อง “เลือก” ครับ สินค้าที่กำไรบาง ลำบาก และไม่ได้ช่วยขายตัวอื่น ปล่อยมันไปก็ได้ บางทีสินค้าที่ขายได้วันละ 5 ชิ้นอาจกำไรมากกว่าตัวที่ขายวันละ 100 ชิ้นด้วยซ้ำ
ผมเล่าการทดลองของตัวเองว่า ค่อยๆ ตัดแอดออกทีละช่องทาง ตั้งแต่ Facebook, YouTube จนถึงลองหยุดแอด Shopee เต็มๆ 1 เดือน สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ทราฟฟิกจากนอกแพลตฟอร์มอาจไม่เยอะ แต่ conversion ดีมาก และลูกค้าคุณภาพ ขณะที่ช่วงที่ทุ่มแอดในแพลตฟอร์มอย่างเดียว ยอดสูงก็จริงแต่ของตีกลับเยอะ เพราะคนซื้อด้วยอารมณ์กับโค้ด ช่วง 6.6 ที่ผ่านมาผมไม่ได้ LIVE ใน Shopee เลยแต่ยอดยังพอๆ กับตอนที่ LIVE ทำให้รู้ว่าฐานลูกค้าจริงของผมอยู่ช่องทางอื่น ส่วน Shopee เป็นช่องทางปิดการขาย
เพราะฉะนั้นเริ่มเก็บข้อมูลลูกค้าตั้งแต่วันนี้ เช่น ทำ CRM ง่ายๆ ให้สแกนรับแต้ม แลกของพิเศษ แต่ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยนที่ลูกค้าได้จริง และระวังการเข้าโปรแกรมจนราคาในแพลตฟอร์มถูกเกินไปจนกินยอดช่องทางอื่นของตัวเอง (Channel Cannibalization)
คนที่รอดจริง ใช้เวลา 90% สร้าง Value
จุดร่วมของคนที่ผมเจอแล้วเขารอดแบบสบายๆ คือหลายคนเล่นเครื่องมือแพลตฟอร์มไม่เป็นเลย ยิงแอดก็อัตโนมัติ แต่ขายดีและยังมีกำไร เพราะเขาทุ่มเวลาเกือบทั้งหมดไปกับการทำให้สินค้าดี ลูกค้าตรงหน้าประทับใจ เล่าเรื่องราว (Storytelling) จนคนบอกต่อเอง แบบไม่ต้องจ่ายค่า affiliate ด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุดผมเชื่อว่า ต่อให้มีแพลตฟอร์มใหม่หรือแอปไทยเกิดขึ้น คนที่อยู่ได้นานคือคนที่มีฐานแฟนและคอมมูนิตี้ ไม่ใช่แค่ลูกค้าที่วิ่งหาราคาถูกที่สุดครับ
ใน LIVE เต็มยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมไม่ได้สรุปไว้ตรงนี้ครับ เช่น เคสร้านที่ทำทุกอย่างครบแต่การมองเห็นหายแบบหาคำตอบไม่ได้, มุมมองเรื่องแบรนด์ที่ยอมขายเท่าทุน/ขาดทุนเพื่อทำการตลาด, ตัวอย่างแดชบอร์ดวิเคราะห์ Performance รายสัปดาห์ (CTR, ใส่รถเข็น, conversion เทียบค่าเฉลี่ย) ที่ผมทำใช้เอง, เรื่องโปรแกรม Exclusive VIP ที่กำลังจะมา, แนวคิด “ตรวจสุขภาพธุรกิจ” และการตอบคอมเมนต์ระหว่าง LIVE 👇
YouTube Membership
ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership
สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน