สรุปคลิป: ก่อนเริ่มขายบน Shopee LIVE ต้องรู้ คนดูมาเพื่อโค้ด ไม่ได้มาฟังคุณ
คลิป: คุณอาจจะอยากรู้เรื่องพวกนี้ก่อนเริ่มขายบน SHOPEE LIVE — เผยแพร่เมื่อ 12 กันยายน 2026 (ยาวประมาณ 29 นาที) คลิปนี้ผมเล่าแบบตรงๆ ว่าคนที่ซื้อของใน Shopee LIVE เขาเข้ามาเพราะอะไร ทำไมบางไลฟ์ขายได้เป็นแสน บางไลฟ์ขึ้นไปทั้งวันแทบไม่มีออเดอร์ เหมาะกับเจ้าของร้าน เจ้าของแบรนด์ และสาย Affiliate/KOL ที่กำลังคิดจะเริ่มไลฟ์ครับ
หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 12 กันยายน 2026 (วันที่เผยแพร่คลิป) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ
ไฮไลต์จากคลิปนี้
- คนดู Shopee LIVE ส่วนใหญ่เข้ามาเพื่อ “โค้ด” ไม่ได้เข้ามาเพื่อฟังเราพูด
- ลูกค้าต้องกดติดตามก่อน แล้วเข้าไลฟ์ใหม่ให้ถูกทาง ถึงจะได้แท็ก “เพิ่มจากไลฟ์” และใช้โค้ดได้ — หน้าที่ของคนขายคือสอนเขา
- โค้ดไลฟ์ลดเป็น % สูงแต่ลดสูงสุดต่ำ สินค้าราว 300–1,000 บาทได้ประโยชน์ที่สุด
- อยากได้โค้ดก้อนนี้ต้องเข้าโปรแกรมเพิ่ม ค่าธรรมเนียมรวมร้านทั่วไปราว 31% ร้าน Mall เกือบ 35% (ยังไม่รวมค่าแอด)
- ของแพง ซื้อซ้ำยาก หรือแบรนด์ที่ยังไม่มีคนรู้จัก ไม่จำเป็นต้องไลฟ์ทุกวัน ต้องวางแผนก่อน
คนดู Shopee LIVE เข้ามาเพื่อโค้ด ไม่ได้เข้ามาฟังคุณพูด
ผมเคยถามนักไลฟ์ระดับต้นๆ ของ Shopee ว่าอะไรทำให้ขายได้ คำตอบที่ได้ตรงมากครับ คือใครก็ตามที่มีโค้ด แล้วขึ้นไลฟ์บอกคนซื้อได้ว่ามีโค้ดนี้อยู่ และราคานี้ดีที่สุด คนนั้นขายได้หมด
โค้ดพวกนี้เป็นโค้ดที่มีเฉพาะในไลฟ์ ลูกค้าต้องเข้าไปดูไลฟ์และเพิ่มสินค้าลงตะกร้าจากในไลฟ์ถึงจะใช้ได้ ส่วนลดที่เห็นบ่อยๆ ก็ 15% 20% 30% และไม่ได้แปลว่าทุกคนจะได้โค้ดเหมือนกัน แต่ละคนอาจได้ไม่เหมือนกันก็ได้
สิ่งที่ผมอยากให้เห็นคือ ถ้าสินค้าเหมือนกัน แบรนด์เดียวกัน ร้านหนึ่งใส่โค้ดแล้วเหลือ 40 อีกร้านเหลือ 50 ลูกค้าไม่ฟังเราบรรยายสรรพคุณหรอกครับ เขาเลือกร้านที่ถูกกว่าแล้วก็ออกไป นี่คือความจริงที่โหดร้ายของ Shopee LIVE
ลูกค้าต้องทำตามขั้นตอน ถึงจะได้โค้ด — และคนขายต้องเป็นคนสอน
เมื่อก่อนแค่กดเข้าไลฟ์แล้วเพิ่มสินค้าก็ได้โค้ดเลย แต่ตอนนี้ถ้าเข้าผิดวิธี ลูกค้าจะไม่ได้โค้ด ขั้นตอนที่ผมเล่าในคลิปคือ
- กดติดตามช่องก่อน
- ออกแล้วเข้าใหม่ ให้ช่องนั้นโผล่ขึ้นมาในหน้าแรก Shopee แล้วกดเข้าจากตรงนั้น
- เพิ่มสินค้าลงรถเข็นจากในไลฟ์ จะเห็นแท็ก “เพิ่มจากไลฟ์” และใช้โค้ดได้
ถ้าลูกค้าไม่รู้ขั้นตอนนี้ เขาจะมองว่าไลฟ์เราก็เหมือนไลฟ์อื่น คนที่ขายได้คือคนที่สอนลูกค้าให้ใช้โค้ดเป็น บางร้านขี้เกียจอธิบายซ้ำๆ ก็ทำรูปขั้นตอนแปะไว้หลังไลฟ์เลย หรือเขียนเป็นโพยว่าวันนี้ใช้โค้ดไหนลดเยอะสุด ตะกร้าไหนคุ้มสุด
ให้คิดว่าเราอยู่ฝั่งเดียวกับลูกค้า หน้าที่เราคือไกด์ว่าเขาจะซื้อยังไงให้คุ้มที่สุด
เลือกโค้ดให้เข้ากับราคาสินค้า
ถ้าเป็นคนซื้อไม่ต้องแคร์ แต่ถ้าเป็นคนขายต้องแคร์ครับ เพราะโค้ดแต่ละตัวมีเงื่อนไขและ “ลดสูงสุด” ต่างกัน โค้ดในไลฟ์ลดเป็น % เยอะมาก แต่ลดสูงสุดน้อย ผมเคยซื้อทีวีในไลฟ์ เครื่องละหลักหมื่น ลดแค่ 100 บาท แบบนี้ไม่ตื่นเต้นเลย
ตัวอย่างในคลิป ถ้าขายของ 4,000 บาท แล้วมีโค้ดหนึ่งลดสูงสุด 300 อีกโค้ดลดสูงสุด 1,000 เราต้องบอกลูกค้าให้ใช้ตัวที่ราคาสุดท้ายถูกที่สุด ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลข % อย่างเดียว
- ราคาราว 300–1,000 บาท — เป็นช่วงที่โค้ดไลฟ์ช่วยได้มากที่สุด
- ต่ำกว่า 300 บาท — ราคาต้องแข่งได้จริงๆ ควรพิจารณาเข้าโปรแกรมเพื่อให้ได้โค้ด 25–40% แต่ต้องเช็กว่ายังเหลือกำไร
- สูงกว่า 1,000 บาท — คิดอีกทีว่าจำเป็นต้องไลฟ์ทุกวันไหม
- ยอดไม่ถึงขั้นต่ำของโค้ด — จัดเป็นแพ็ก เช่น 3 ชิ้นต่อ 1 ตะกร้า ให้ลูกค้าใช้โค้ดได้ทีเดียวแล้วลดเยอะ
คำแนะนำของผมคือ ก่อนจะไลฟ์เก่ง ให้ลองเป็นคนซื้อที่ดีก่อน แล้วสังเกตคนที่ขายเก่งว่าเขาจัดตะกร้ายังไง ใช้โค้ดอะไร ไลฟ์ช่วงไหน
ค่าธรรมเนียมและต้นทุนที่ต้องคิดก่อนขึ้นไลฟ์
อยากได้โค้ดก้อนนี้ต้องสมัครโปรแกรมเพิ่ม ซึ่งแปลว่าต้องจ่ายเพิ่ม ณ วันที่ถ่ายคลิป (เรทที่เพิ่งปรับมาไม่กี่วันก่อนหน้า) ผมสรุปไว้ว่า
| ประเภทร้าน | ค่าธรรมเนียมรวมโดยประมาณ (ถ้าเข้าโปรแกรมเพื่อได้โค้ด) |
|---|---|
| ร้านทั่วไป | ประมาณ 31% |
| ร้านทางการ (Mall) | เกือบ 35% |
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าโฆษณาเพื่อดึงคนเข้าไลฟ์ และในมุมผมค่าธรรมเนียมขยับขึ้นเรื่อยๆ ปีหน้าอาจไปแตะราว 40% ได้ คำถามสำคัญเลยคือ “ยังเหลือกำไรไหม”
อีกเรื่องที่ต้องคิดคือใครจะไลฟ์ — เจ้าของไลฟ์เอง ให้พนักงานไลฟ์ หรือจ้างไลฟ์รายชั่วโมง ถ้าเจ้าของไลฟ์เองต้องคิดค่าตัวตัวเองด้วย และควรมีงบไว้ทดสอบ ทั้งยิงแอด แจกเหรียญ ทำเกม แต่ต้องรู้ว่าการแจกเหรียญดึงคนสายงกเข้ามา คอมเมนต์เยอะแต่ไม่สร้างยอดขายก็ไม่ได้ช่วยอะไร
สินค้าแบบไหนควรไลฟ์ และแบรนด์ใหม่ควรเริ่มตรงไหน
ของถูก ซื้อซ้ำได้ทุกวัน มีโค้ด — ขึ้นไลฟ์เถอะครับ แต่ของแพงที่ซื้อซ้ำยาก ไม่ต้องไลฟ์ทุกวันก็ได้ อย่างผมขายกล้องติดรถยนต์ ตัวหนึ่งใช้กันหลายปี ผมขึ้นไลฟ์แค่ชั่วโมงเดียวในวันที่เหมาะ ได้ยอดราว 60,000–70,000 บาท เพราะลูกค้าหาข้อมูลมาครบแล้ว
ในคลิปผมยกตัวอย่างแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าใหญ่ที่จ้างทีมไลฟ์ตอนเที่ยงคืนวัน 7.7 ไลฟ์ 2 ชั่วโมงได้ยอดหลักแสน เพราะเขาสร้างความน่าเชื่อถือมาทุกวัน วันโปรคือวันขึ้นมา “รับทรัพย์” ไม่ใช่วันเริ่มขาย
ส่วนแบรนด์ใหม่ที่ยังไม่มีใครรู้จัก ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่ทำใน Shopee คือปลายทางของ funnel คนจะเจอไลฟ์เราก็ต่อเมื่อเขาค้นหาสินค้านั้นก่อน ถ้าไม่มีใครรู้จัก ยิงแอดวันละ 1,000 ก็อาจไม่มีใครซื้อ ควรไปทำคอนเทนต์หรือไลฟ์บนแพลตฟอร์มอื่นอย่าง TikTok ก่อน และต่อให้ให้ค่าคอมเยอะ KOL ก็ไม่อยากปักตะกร้าแบรนด์ที่ไม่มีใครพูดถึง เพราะพื้นที่ตะกร้าเขามีจำกัด เหมือนชั้นวางในร้านสะดวกซื้อ
ในคลิปเต็มยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมไม่ได้สรุปไว้ตรงนี้ เช่น การเอาตะกร้าร้านอื่นมาปักแบบ Affiliate, ทำไม KOL ต้องมีจุดขายชัดและสร้างเหตุผลให้คนกดติดตาม, เรื่อง Creator Level, ตัวเลขของไลฟ์ระดับท็อปในวันธรรมดา และคำแนะนำจากคนในวงการที่ทำมานาน ดูต่อได้ในคลิปเต็มครับ 👇
YouTube Membership
ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership
สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน
