สรุป LIVE EP28: Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมอีกรอบ ทำยังไงให้รอด? หลักที่ผมใช้จริง
LIVE EP28 : Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมแต่หลักการนี้จะทำให้คุณจะรอดได้ชัวร์ๆ! — LIVE เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2026 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 33 นาที) LIVE นี้ผมตั้งใจสรุป “วิธีเอาตัวรอด” หลัง Shopee ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมรอบ Q3 ครับ เหมาะกับคนขายของบนแพลตฟอร์มที่กำลังคิดว่าจะปรับราคายังไง จะเก็บสินค้าตัวไหนไว้ และจะยิงโฆษณาต่อยังไงไม่ให้ขาดทุน
หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2026 (วันที่ LIVE) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ
ไฮไลต์จาก LIVE นี้
- ค่าธรรมเนียม Shopee ขึ้นอีกรอบ (ครั้งที่ 4 ของปีตามที่ผมนับ) ร้านทั่วไปรวมราว 28% ร้าน Mall ราว 31% — ยังไม่รวมค่าโฆษณา
- ข้อแรกคือยอมรับว่าเราห้ามแพลตฟอร์มไม่ได้ แล้ว “คัดสินค้า” ว่าตัวไหนรอด ตัวไหนต้องเท
- รีบเช็กสต๊อกและระบายของก่อนค่าธรรมเนียมขึ้น — 3% ที่จะเสียเพิ่ม เอามาเป็นงบการตลาดตอนนี้ได้เลย
- Smart Pricing: ตั้งราคาให้สูงพอจนมีช่องว่างดึงลูกค้ามาซื้อช่องทางตัวเอง และลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ลดเยอะอย่างที่เราคิด
- Game Changer ตอนนี้คือ Affiliate — ดึงคนจากนอกแพลตฟอร์มเข้ามา แล้ววัดผลให้เป็นกำไร
1) ค่าธรรมเนียมขึ้นอีกแล้ว — ข้อแรกคือ “ยอมรับ แล้วเล่นตามเกม”
รอบนี้ผมนับได้ว่าเป็นการขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งที่ 4 ของปีครับ เริ่มมีผลช่วงต้นเดือนสิงหาคม ตัวเลขคร่าวๆ ที่ผมรวบรวมมาให้ดูใน LIVE (อ้างอิงหมวดสินค้าทั่วไปแบบ FMCG ที่คนส่วนใหญ่โดน ส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อาจน้อยกว่านี้หน่อย) เป็นแบบนี้ครับ
| ประเภท | ค่าธรรมเนียมรวมโดยประมาณ (ณ วันที่ LIVE) |
|---|---|
| ร้านทั่วไป | ประมาณ 28% |
| ร้าน Mall | ประมาณ 31% |
| บวกค่าโฆษณาในแอป (ราว 5–10%) | รวมแล้วประมาณ 40% |
| เข้าโปรแกรมครบทุกอย่าง | บางร้านอาจแตะ 50% |
และผมคาดเดาว่าปลายปีเราอาจเห็นตัวเลขแถวๆ 33–35% ด้วยซ้ำ สิ่งที่ผมอยากให้ทำใจก่อนเลยคือ เราไม่ใช่เจ้าของแพลตฟอร์ม จะไปขอให้เขาลดก็คงไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำได้คือยอมรับ แล้วเล่นตามเกมให้เป็นครับ
2) คัดสินค้า: ตัวที่ “รอด” กับตัวที่ “ต้องเท”
ผมว่านี่คือข้อสำคัญที่สุดของ LIVE นี้ สินค้าที่จะรอดคือตัวที่ต่อให้โดนค่าธรรมเนียมหนักขนาดนี้ก็ยังเหลือกำไรบรรทัดสุดท้ายพอ และมีอย่างน้อยหนึ่งในนี้: เจ้าของแบรนด์ปรับราคาขึ้นได้ หรือคนอื่นในแพลตฟอร์มก็ปรับราคาขึ้นตาม
ส่วนตัวที่ต้องเท คือสายซื้อมาขายไป margin บาง ที่เราคุมราคาไม่ได้ เพิ่ม value ไม่ได้ ใครขายถูกสุดคนนั้นชนะ ถ้าสายป่านไม่ยาว ผมแนะนำให้ตัดออกก่อนเลย เพราะทำให้ปวดหัวแถมไม่ได้เงิน
ค่าธรรมเนียมจะขึ้นอีก 3% อยู่แล้ว — ถ้ายังมีส่วนต่าง เอา 3% นั้นมายิงโฆษณาระบายของเดือนนี้ ได้เงินสดกลับมาเร็วกว่า
ก่อนถึงวันที่ค่าธรรมเนียมขึ้น ผมแนะนำให้ เช็ก Inventory ว่ามีของค้างเท่าไหร่ ต้นทุนจมอยู่เท่าไหร่ ยิ่งเก็บนานมูลค่ายิ่งจม (หมดอายุ เสื่อมสภาพ ตกรุ่น) รีบเปลี่ยนของเป็นเงินสดก่อนครับ ใน LIVE ผมเล่าด้วยว่าหลังตัดสินค้าที่ไม่ทำกำไรออกไป ยอดขายผมลดลงแต่กำไรขยับขึ้นเป็นขั้นบันได
3) Smart Pricing: ตั้งราคาให้สูงพอที่จะ “มีแก๊ป” ดึงลูกค้ามาหาเรา
Smart Pricing ไม่ใช่การขายถูกสุดทุกที่ แต่คือการตั้งราคาในแพลตฟอร์มให้สูงพอ จนเหลือช่องว่างให้ลูกค้าที่ซื้อตรงกับเรารู้สึกคุ้มกว่า เช่น ในแพลตฟอร์ม 100 บาท ซื้อตรง 75 บาท แล้วเผื่อ “โบนัส” ให้ลูกค้าอีกนิด เช่น แต้มสะสม ของพรีเมียม บริการห่อของขวัญ หรือจัดเซ็ตที่ในแพลตฟอร์มไม่มี
ใน LIVE ผมยกเคสจริงของแบรนด์สกินแคร์ชื่อดังรายหนึ่งที่ไลฟ์ขายใน TikTok แล้วบอกลูกค้าว่ามี “ช่องทางลับ” ที่ราคาดีกว่า แต่พอถึงช่วงที่แพลตฟอร์มมีโค้ดแรง ก็หันกลับมาดันให้ซื้อในแพลตฟอร์มทันที — นี่แหละครับ ช่องทางตัวเองไม่จำเป็นต้องชนะทุกวัน
ลูกค้าส่วนใหญ่ได้ลดจริงกี่ %? ไปดูจากไฟล์คำสั่งซื้อ
หลายคนกลัวว่าสู้โค้ด 30–35% ของแพลตฟอร์มไม่ได้ แต่ไม่ใช่ลูกค้าทุกคนจะได้ลดเยอะขนาดนั้น วิธีเช็กง่ายๆ คือดาวน์โหลดไฟล์คำสั่งซื้อทั้งหมดจาก Seller Center แล้วดูคอลัมน์ส่วนลดที่ Shopee ออกให้ เทียบกับราคาขายสุทธิ ตัวอย่างใน LIVE ลดไป 46 บาทจากราคาขายสุทธิ 300 บาท = แค่ราว 15% เท่านั้น
โยนไฟล์ให้ AI ช่วยจัดกลุ่มว่าลูกค้าส่วนใหญ่ได้ลดกี่ % ใช้โค้ดประเภทไหน ซื้อช่วงกี่โมง จะเห็นภาพจริงของร้านเรา และรู้ว่า เราไม่จำเป็นต้องลดเท่าแพลตฟอร์ม ครับ
4) ยิงโฆษณาในแพลตฟอร์มให้เป็น — และต้องรู้จุดคุ้มทุน
ผมเล่าเรื่องคนรู้จักที่ขายสินค้าตัวเดียวกันสองร้าน ราคาเท่ากัน ร้านหนึ่งลืมเติมเงินโฆษณาไปเป็นสัปดาห์ ยอดหายแล้วเรียกกลับมายากมาก เพราะแพลตฟอร์มชอบร้านที่ขายดีต่อเนื่อง เรื่องนี้บอกว่าในวันที่การมองเห็นแข่งกันดุเดือด การยิงโฆษณาให้เป็นคือเรื่องจำเป็น
- หาจุดคุ้มทุน (Break-even ROAS) ให้ได้ก่อนยิง
- ต่อยอดเป็น True ROAS โดยหักออเดอร์ที่ยกเลิก/คืนเงิน/ไม่สำเร็จออก — ใช้ไฟล์คำสั่งซื้อเดิมนั่นแหละ
- อย่าพูดว่า “ยิงแล้วยอดเท่าเดิม” ถ้ายังตอบไม่ได้ว่าการมองเห็น คลิก และหยิบใส่ตะกร้าเปลี่ยนไปแค่ไหน
5) Game Changer ตอนนี้: Affiliate — ดึงคนนอกแพลตฟอร์มเข้ามา
หลักง่ายๆ ที่ผมย้ำตลอดคือ แพลตฟอร์มสนับสนุนอะไร เราทำสิ่งนั้น เพราะงบเขาจะไปกองตรงนั้น ตอนนี้สิ่งที่ Shopee ยังขาดคือคอนเทนต์ป้ายยาที่ดึงคนจากข้างนอกเข้ามา งบเลยไปลงที่ Affiliate ทั้งมิชชั่นโบนัส และแพ็กเกจให้คนที่ไม่เคยยิงแอดได้ลองยิง
การยิงโฆษณานอกแพลตฟอร์ม (เช่น Facebook / IG) ยังได้ข้อดีที่ในแพลตฟอร์มไม่มี คือเลือกกลุ่มเป้าหมายเองได้ เก็บคนที่เคย Engage ไว้ Retarget หรือทำ Lookalike ได้ ถ้าวันหนึ่งเรามีช่องทางตัวเอง ข้อมูลพวกนี้คือทรัพย์สินที่ไม่ต้องพึ่งแพลตฟอร์มครับ
สรุปกรอบเอาตัวรอดใน LIVE นี้: ยอมรับว่าห้ามไม่ได้ → คัดสินค้า → ตั้งราคาให้เป็น → ยิงโฆษณาในแพลตฟอร์มให้เป็น → หา True ROAS → ยิงนอกแพลตฟอร์มให้เป็น → วัดผลให้ได้กำไร
ใน LIVE เต็ม ผมยังลงรายละเอียดอีกเยอะครับ ทั้งตัวอย่างกราฟสัดส่วนประเภทโค้ดส่วนลดจากร้านจริง (ร้านทั่วไป vs ร้าน Mall ว่าคุ้มไหมที่ต้องเป็น Mall) เรื่องค่าธรรมเนียม SPayLater โค้ดส่วนลดช่วงเวลาที่คนขายหลายคนยังไม่รู้ มุมมองเรื่องแอปไทยที่กำลังจะเปิด และการตอบคำถามสดจากคนดู 👇
YouTube Membership
ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership
สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน