Business Note

  • สรุปวิธีเช็คสินค้าที่ส่วนตัวไม่แนะนำให้เป็นตัวแทนแบบสต็อกสินค้าขายเด็ดขาด (เสี่ยงเงินจม และ ได้ไม่คุ้มเสีย)

    ผมเป็นคนนึงที่ตุนสต็อกแบบซื้อมาขายไปเปิดบิลทุกครั้งหลักหลายหมื่น-แสนในหลายแบรนด์และพบว่ามีสินค้าหลายตัว ที่เคยขายดีแต่ปัจจุบันขายแทบไม่ได้ และ สินค้าจมสต็อกหลายบาท ผมจึงหวังว่าประสบการณ์นี้อาจช่วยให้เพื่อนๆเปิดมุมมองมากขึ้นนะครับเพราะยุคนี้เราสามารถลงทุนน้อย / ได้กำไรเทียบเท่ากันหรือมากกว่าได้โดยไม่ต้องตุนสินค้าให้เหนื่อยเสียสุขภาพจิตเวลาขายไม่ได้และมีความเสี่ยงน้อยลงด้วย ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเลยครับ ข้อแนะนำสินค้าที่ควรเลี่ยง ไม่ควรตุนสต็อกเพื่อขาย1. สินค้าที่มีแบรนด์เปิด Official Store ขายเองในทุก Platform ไม่ว่าจะเป็น Shopee / Lazada / TikTokจริงๆ ข้อนี้ปฏิเสธไม่ได้ในปัจจุบัน เพราะ แทบทุกแบรนด์เปิดตัวมาขายเองในออนไลน์หมดแล้วการ Disrupt ของ Platform ที่ผ่านมาทั้งส่วนลดต่างๆ หรือ การทำโปรแรงๆของตัวแทนทำให้แบรนด์เห็นว่ายังมีเม็ดเงินรายได้ตรงนี้อยู่อีกมาก จึงไม่แปลกถ้าอยากกระโดดมาตะครุบยอดเองเพราะส่วนใหญ่เสียค่าธรรมเนียมการขายน้อยกว่าส่วนลดให้ตัวแทนอีก ถ้าแบรนด์ไหนทำครบหมดแล้ว แปลว่าช่องทางที่คุณกำลังขายคุณกำลังแข่งขันกับแบรนด์ตรงๆ ในเวทีเดียวกันแล้ว คุณจึงต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ว่า“ทำไมลูกค้าต้องซื้อกับคุณ แทนที่จะซื้อจากร้านค้าทางการ” 2. สินค้าที่แบรนด์ที่ไม่มีความตั้งใจที่จะควบคุมราคาให้มีความเสมอภาคในการขายบนช่องทางออนไลน์ผมหมายถึง ไม่มีการควบคุมแบบเด็ดขาดสำหรับส่วนลดเพิ่มเติม ที่ผู้ขายจะต้องออกส่วนลดเพิ่มให้ลูกค้าอีก เช่น แบรนด์ให้ตั้งราคาขาย 399 บาทแต่ร้านค้าที่ขาย ทำ Flash Sale เหลือ 379 บาทหรือทำส่วนลดร้านค้าลดเพิ่มอีก 50 บาท สุดท้ายลูกค้าซื้อร้านตัวแทน A เพียง…

  • ถ้าย้อนวัยไปได้ซัก 10 ปี วันนี้ผมจะเป็นนายหน้าเต็มตัว

    1. เริ่มได้โดยใช้เงินลงทุนน้อย ตัวผมเองมีสินค้าในสต๊อกหลายล้านบาทแต่ไม่ได้แปลว่าคนที่มีสินค้าในสต๊อกหลายล้านบาทจะต้องได้กำไรเดือนนึงหลายแสน – หลายล้านบาทตาม ผมเห็นหลายต่อหลายท่านร่ำรวยจากการเป็นนายหน้าและมีรายได้ตั้งแต่หลักพัน – หลักแสนบาท(หลักล้านก็มีฮะ ตัวท๊อปๆ) ซึ่งการที่จะได้กำไรเยอะๆ ไม่ได้ผันแปรว่าคุณจะต้องมีเงินถุงเงินถังสต๊อกสินค้าในโกดัง แต่รายได้พวกนี้จะมากขึ้นตามความสามารถที่แท้จริงที่คุณมี 2. ได้หาสิ่งที่ชอบจริงๆ ถ้ายังไม่ชอบก็เปลี่ยนไปมาได้ถ้าสมัยก่อนจะต้องมีคนถามว่าอยากเปิดร้านขายของ แต่ไม่รู้จะขายอะไรดี? จะเปิดร้านก็กังวลเรื่องทุนจมไม่รู้เปิดร้านแล้วทำเลดีไหมความเสี่ยงมันเยอะไปหมด แต่สมัยนี้สั้นกว่า เพราะคุณตัดประโยคแรกออกไปได้เลย“เหลือแค่คำว่าจะขายอะไรดีพอ” คุณอาจได้ลองเริ่มจากของใกล้ตัวจริงๆก็ได้เคยเห็นคนขายอุปกรณ์ของใช้ในบ้านอุปกรณ์แต่งสวน อุปกรณ์ตกแต่งบ้านไหม? หลายๆโพส หลายๆคลิปมักพูดแบบนี้เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวก่อน แล้วลองเล่าดูว่าทำไมคุณถึงใช้มันคุณจะได้เรียนรู้ว่าถ้าเป็นของที่คุณใช้ ชอบ และ อินมันจะเริ่มต้นง่ายมากเลย 3. ไม่ต้องยึดติดกับสินค้าตัวเดียวพ่อค้าส่วนใหญ่มักตายตรงนี้เพราะ ถ้าลงทุนกับสินค้าตัวไหนไปแล้วอยากได้ราคาถูก ต้นทุนถูก ก็ต้องตุนมากๆแต่พอตุนมากๆ แล้วระบายสต๊อกไม่ทัน หรือมีสินค้าตัวใหม่ออกมาสิ่งที่ทำได้ก็คือรีบหาทางแก้เกม เช่น ลดราคาหนีคนที่มีสินค้าอยู่ในมือ คือ ลงทุนไปแล้ว“แพ้ไม่ได้”เพราะถ้าแพ้ก็ขาดทุน!! แต่ถ้าเราเป็นนายหน้าถ้ายอดขายไม่ดี เราดูทรงแล้วว่ามีอย่างอื่นดีกว่าเราก็พร้อมเปลี่ยนไปทดลองสินค้าใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องมีอะไรยึดติดและตามกระแสผู้บริโภคทันและได้เข้าใจผู้บริโภคตัวจริงด้วย 4. ได้สร้าง Online Assetเหมือนลงทุนอสังหาออนไลน์ให้ตัวเองต่อยอดเพิ่มได้ในอนาคต คำว่า Asset ในที่นี้ผมหมายถึง(ผู้ติดตาม / ช่อง) ที่เกิดปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้าตัวจริงในอนาคต เช่น คุณสร้างช่องที่แม่บ้านเม้ามอยให้ฟังหรือสร้างช่องที่แม่เล่าเรื่องลูกให้ฟัง(ลองนึกถึง แม่ตุ๊ก Little Monster)…

  • ผมที่เพิ่งกลับจากเมืองจีนแล้วเริ่มเห็นอนาคตว่าธุรกิจผมน่าจะไม่รอดในอีกไม่ช้า ถ้ายังคงทำอะไรแบบเดิมๆ

    1. ใน E-marketplace ของจีนร้านติดอันดับขายดีเป็นร้านของแบรนด์จำหน่ายเองทั้งหมด (ในวงการผม) 2. ผมไม่เจอร้านตัวแทนร้านไหนติดอันดับขายดี (ในวงการผม) 3. ร้านตัวแทนจำหน่ายแทบไม่มีเหลืออยู่ในตลาดยกเว้นร้านที่มีหน้าร้าน Offline 4. ร้านที่มีหน้าร้าน Offline ไม่มีร้านไหนที่ทำการตลาดไม่เป็น 5. การทำ Content การยิงโฆษณาเป็นเรื่องพื้นฐานมากๆ สำหรับร้านที่ยังอยู่รอด 6. แบรนด์ที่ขายติดอันดับ 1 ใน 5 ของยอดขายในแพลทฟอร์มที่จีน (ของสินค้าในวงการที่ผมขาย) มีทีมงานแค่ดูแลออนไลน์ประมาณเกือบ 100 คนสำหรับการขายในประเทศ 7. และอีกเกิน 100 คนลุยตลาดออนไลน์ต่างประเทศ 8. การขายออนไลน์ไป Shopee Lazada เป็นเรื่องปกติมาก ผมเห็นเค้ากำลังเปิดร้าน ลงสินค้ากันอย่างเมามันส์ 9. ทีมต่างประเทศที่ว่าก็คือแบบที่เราเจอร้านจีนลงขายแล้วส่งมาตัดราคาขายนี่แหละ 10. เขาไม่ได้ซีเรียสเรื่องการคุมราคาต่างประเทศอยู่แล้ว เพราะยิ่งขายได้มาก ก็ยิ่งมีกำลังผลิตมาก (Economy of Scale) ยิ่งมี Cash Flow กลับมาเพื่อต่อยอดผลิตรุ่นใหม่ แบบใหม่ต่อไป…