สรุป LIVE EP15: สมการหาเงิน ทำไมยิงแอดเพิ่มแล้วยอดไม่ขึ้น
LIVE EP15 : สมการหาเงิน ที่เอาไปใช้ได้ตลอดชีวิต — LIVE เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2026 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 27 นาที) LIVE นี้ผมต่อยอดจากที่ไปพูดในงาน Personal Brand 101 ครับ ใครไม่ได้ไปงานก็ตามทันได้ เหมาะกับคนขายของออนไลน์ที่อยากเพิ่มยอด แต่ยังไม่รู้ว่าควรเริ่มแก้ตรงไหน หรือยอดตกแล้วไม่รู้จะวิเคราะห์อะไรก่อน
หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 22 มกราคม 2026 (วันที่ LIVE) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ
ไฮไลต์จาก LIVE นี้
- สมการหาเงิน: รายได้ = จำนวนคน (Traffic) x % อัตราการซื้อ (Conversion) x ยอดซื้อต่อคน (Basket Size)
- ยิงโฆษณาแค่เพิ่ม “คนเดินผ่านร้าน” ไม่ได้แปลว่าจะขายได้ ยิง 3 เท่าไม่ได้แปลว่ายอดจะขึ้น 3 เท่า
- Conversion คือขาที่คนทำน้อยที่สุด แต่เป็นทางรอดของร้านเล็ก — สร้างได้ด้วยความน่าเชื่อถือ
- ทำไมผู้ดูแลร้าน (KAM) อยากรู้เป้ายอดขาย มาร์จิ้น และงบโฆษณาของเรา
- เลิกโทษว่า “คนรอซื้อวันแคมเปญ” — โค้ดสุ่มทำให้คนซื้อได้ทุกวัน ร้านต้องพร้อมทุกวัน
สมการหาเงิน 3 ตัวแปร ที่ต้องกลับมาดูเสมอ
หลายคนมาปรึกษาผมแล้วอยากได้แต่ “สูตรยิงแอดให้ขายดี” แต่ผมมองว่าการยิงโฆษณาเป็นคำตอบท้ายๆ ครับ สิ่งที่ต้องรู้ก่อนคือสมการง่ายๆ ตัวนี้
รายได้ = จำนวนคนที่สนใจ x % ที่เขาจะซื้อเรา x ซื้อกี่บาท
ผมเรียกง่ายๆ ว่า Traffic x Conversion x Basket Size สมมุติอยากได้ 5 ล้านบาทต่อเดือน ก็ต้องถามว่าจะได้มาจากคนกี่คน ซื้อกี่เปอร์เซ็นต์ และซื้อคนละกี่บาท พอเข้าใจสามตัวนี้ เวลาไปดูสถิติหลังบ้านของแพลตฟอร์ม คุณจะอ่านออกทันทีว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
Basket Size: เรียนจากแอปสั่งอาหารและ Shopee
ลองสังเกตตอนเราสั่งอาหารในแอปครับ ซื้อกล่องเดียวราคาหนึ่ง ซื้อ 2 กล่องถูกลง ครบยอดขั้นต่ำได้ส่งฟรี ครบอีกขั้นได้ส่วนลดเพิ่ม Shopee ก็ใช้วิธีเดียวกัน (ณ วันที่ LIVE ผมยกตัวอย่างว่าโค้ดส่งฟรีขั้นต่ำ 49 บาท และถ้าซื้อถึงประมาณ 200 บาทจะได้ส่งฟรีบวกส่วนลด) นี่คือการอัปเซลล์เพื่อดัน Basket Size
บทเรียนสำหรับร้านเราคือ เวลายิงโฆษณาไป อย่าขายแค่ชิ้นเดียว ให้จัดชุด จัด Add-on Deal / Bundle Deal / ส่วนลดขั้นต่ำไว้ให้ลูกค้า “ไม่ต้องคิด” เหมือนชุดอาหารร้านฟาสต์ฟู้ด ไม่งั้นค่าโฆษณาจะไม่คุ้ม และยอดจะตันสเกลไม่ได้
ยิงแอด 3 เท่า แต่ยอดไม่ขึ้น 3 เท่า เพราะอะไร
ใน LIVE ผมเล่าเคสที่ยิงโฆษณาหลักล้านต่อเดือนแล้วได้ยอดขายหลักสิบล้าน แต่พอคำนวณจริงกลับขาดทุน และยอดค่อยๆ ตกลง คนส่วนใหญ่จะแก้ด้วยการอัดเงินเพิ่ม คิดว่ายิง 1 ได้ 10 งั้นยิง 3 ต้องได้ 30 — ซึ่งจากที่ผมดูสถิติหลายธุรกิจ มันไม่เป็นสัดส่วนแบบนั้นครับ
พอไปแยกตัวแปรดู จำนวนคนเข้าร้านไม่ได้ลดเพราะอัดแอดชดเชยไว้ ค่าเฉลี่ยต่อหัวก็เท่าเดิม แต่ อัตราการซื้อตกจากประมาณ 30% เหลือ 10% ผลคือต้องจ่ายค่าโฆษณาแพงขึ้นเพื่อได้ยอดเท่าเดิม และเมื่อสินค้าขายได้น้อยลง คะแนนความเกี่ยวข้องในระบบก็ต่ำลง ค่าโฆษณาก็ยิ่งแพงขึ้นอีก
- ดูจำนวนคนเข้าชมร้าน (Shopee ดูใน Business Insights ย้อนหลัง 7 วัน / 30 วัน เทียบเดือนก่อนได้)
- ดูอัตราการซื้อ (Conversion) ของร้านและรายสินค้า
- ดูยอดเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อ (Basket Size)
Conversion: ขาที่ยากที่สุด แต่เป็นทางรอดของร้านเล็ก
Traffic ยังใช้เงินซื้อได้ Basket Size ยังใช้เครื่องมือช่วยได้ แต่ Conversion คือขาที่คนทำน้อยที่สุด หลายร้านแค่ก๊อปรูปจากร้านอื่นมาลง หมุนซ้ายขวาก็จบ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่พอแล้วครับ ถ้าคุณไม่ใช่ร้าน Mall และไม่มีอะไรน่าเชื่อถือเลย ลูกค้าก็ไม่มีเหตุผลต้องซื้อจากคุณ
วิธีที่ผมยกตัวอย่างคือเขียนตารางง่ายๆ: ลูกค้าเราคือใคร ปัญหา (Pain Point) ของเขาคืออะไร แล้วพูด “คำตรงข้าม” ของปัญหานั้นในรูป วิดีโอ และไลฟ์ เช่น ขายเสื้อสาวอวบ ปัญหาคือหาไซส์ยาก เสื้อเล็กไป เราก็สื่อสารว่าเรารวบรวมไซส์ไว้ให้แล้ว ใส่แล้วมั่นใจ นี่คือการขายอารมณ์ ไม่ใช่ขายแค่ฟังก์ชัน
ความน่าเชื่อถือยังไม่จำเป็นต้องสร้างเองทั้งหมด ใช้สิ่งที่คนอื่นพูดถึงเราได้ ทั้งรีวิว ใบรับรอง หรือการมีหน้าร้านจริง ผมยกตัวอย่างของใช้รอบตัวผมเองที่ไม่ได้ซื้อเพราะถูกที่สุด แต่ซื้อเพราะมีเหตุผลที่เชื่อใจ และในยุค Storytelling ถ้าเจ้าของตัวจริงเล่าเรื่องตัวเองได้ คนจะซื้อเพราะตัวคุณ ไม่ใช่แค่เพราะสินค้า
ทำไมผู้ดูแลร้าน (KAM) อยากรู้เป้ายอดขายของเรา
ผู้ดูแลร้านคือพนักงานขายของแพลตฟอร์มครับ หน้าที่หลักคือทำให้ร้านลงทุนกับแพลตฟอร์มมากขึ้น (Seller Investment) ทั้งโฆษณา แคมเปญ โปรแกรมต่างๆ ผมเล่าว่าโดยประมาณแพลตฟอร์มได้เงินราว 20% จากยอดขาย ยังไม่รวมโฆษณา ขณะที่ร้านซื้อมาขายไปหลายร้านอาจเหลือกำไรแค่ 3–5%
เวลาเขาถามว่าเป้ายอดขายเท่าไหร่ มาร์จิ้นเท่าไหร่ งบโฆษณาต่อเดือนเท่าไหร่ ก็เพื่อคัดว่าร้านไหนมีอนาคตจะลงทุนเพิ่ม และจะ “ยื่นหมูยื่นแมว” อะไรให้ได้บ้าง ถ้าเราตอบไม่ได้เลย เขาก็ไม่อยากดูแลร้านเรา และที่น่าสนใจคือวิธี “ขายเหมือนไม่ขาย” ที่เขาใช้กับเรา (เปิดด้วย Pain Point ของคนขายก่อน) เราก็เอาไปใช้กับลูกค้าของเราได้เหมือนกัน
ใน LIVE ผมยังพูดเรื่อง โค้ดสุ่ม ที่ทำให้บางวันลดได้มากกว่าวันแคมเปญ คนที่อยากได้ของอยู่แล้วจึงไม่รอวันโปร ข้ออ้างว่า “คนรอซื้อวันแคมเปญ” จึงใช้ไม่ค่อยได้แล้ว ร้านต้องพร้อมทุกวัน
ใน LIVE เต็มยังมี: เคสจริงจากการ consult ที่ยอดขาย 8 หลักแต่บรรทัดสุดท้ายติดลบ, ต้นทุนแฝง (กล่องสั่งผลิต บับเบิล ค่าแพ็ก) ที่หลายคนลืมใส่ก่อนคำนวณจุดคุ้มทุน, การเผื่อมาร์จิ้นเวลาเปิดโปรแกรมลดราคาหลายชั้น, แนวคิด “มองข้ามช็อต 3 ช็อต” ในการทำคอนเทนต์และสร้างตัวตน, ทำไมร้านเล็กต้องยิงแอดให้คนรู้จักร้าน ไม่ใช่แค่สินค้า และช่วงตอบคำถามท้ายไลฟ์ 👇
YouTube Membership
ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership
สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน