สรุป LIVE EP5 ค่าธรรมเนียมแพง ขายนอกแพลตฟอร์มได้ไหม

สรุป LIVE EP5: ค่าธรรมเนียมแพง ออกมาขายเองนอกแพลตฟอร์มได้ไหม?

⚠️ บทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2025 — หลังจากนั้นผมไลฟ์อัปเดตเรื่องเดียวกันอีกแล้ว แนะนำให้ดูคลิปล่าสุดก่อนครับ 👉 สรุป LIVE EP32: ค่าธรรมเนียม Shopee ขึ้น ปรับตัวยังไงให้ธุรกิจรอด (4 สิงหาคม 2026)

LIVE EP5 : ค่าธรรมเนียมแพง ไม่อยากขาย Platform ได้ไหมเนี่ยยยยย — LIVE เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2025 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 27 นาที) ตอนนี้ผมเปิดใจเลยครับว่าตัวผมเองก็เริ่มไม่อยากขายบนแพลตฟอร์ม เพราะรู้สึกว่าค่าธรรมเนียมมันเยอะมาก เลยชวนมาคิดกันว่า ถ้าจะดึงลูกค้าออกมาซื้อในช่องทางของตัวเองจริงๆ ต้องมีอะไรบ้าง เหมาะกับเจ้าของร้านและเจ้าของแบรนด์ที่รู้สึกว่าทำงานหนัก แต่กำไรไปตกอยู่กับแพลตฟอร์มหมด

หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 28 ตุลาคม 2025 (วันที่ LIVE) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ

▶️ ดู LIVE เต็ม (สำหรับสมาชิก Membership)

ไฮไลต์จาก LIVE นี้

  • ยังไม่มีไฟล์ต้นทุนรายตัว = ยังไม่รู้ว่าเมื่อวานกำไรหรือขาดทุน
  • เข้าทุกโปรแกรมบนแพลตฟอร์ม ตีเผื่อไว้โดนหักราว 25–30% (ณ วันที่ LIVE)
  • “ออกมาขายเองแล้วได้เงินเต็มๆ” ไม่จริงเสมอไป ถ้าของเราเหมือนคนอื่น
  • 3 เงื่อนไขที่ทำให้ดึงลูกค้าออกจากแพลตฟอร์มได้จริง
  • เคสจริงจากร้าน Gadget วงการหนังสือ และแบรนด์ใหญ่ ที่ดึงคนเข้าช่องทางตัวเอง

1) เริ่มจากไฟล์ต้นทุน: คุณหรือแพลตฟอร์ม ใครได้กำไรมากกว่ากัน?

ก่อนจะคิดเรื่องยิงแอดหรือสเกลยอด ผมยังเชียร์เหมือนเดิมครับว่าให้ทำไฟล์ต้นทุนสินค้ารายตัวก่อน ใส่สูตร Excel ให้เห็นว่าแต่ละแพลตฟอร์มหักเราไปเท่าไหร่ และเหลือกำไรจริงเท่าไหร่ คนที่ยอดขายหลัก 7–8 หลักที่ผมเจอ มีไฟล์แบบนี้กันทุกคน

ใน LIVE ผมเล่าว่ามีคนมา Consult บอกว่า “บวกเผื่อไปแล้ว 35%” โดยไม่รู้ว่าจริงๆ โดนหักเท่าไหร่ และอีกเรื่องที่ควรรู้ ณ วันที่ LIVE คือร้านที่เคยได้ส่วนลดค่าโปรแกรมป้ายเขียว/ป้ายเหลือง 15% บน Shopee กำลังจะหมดสัญญาในอีก 3–4 วัน แล้วทุกคนจะต้องจ่ายเรทเต็ม

พอทำตารางเสร็จ ลองเทียบดูครับว่าคุณเป็นแบบไหน แบบที่ 1 คือเราได้กำไรมากกว่าส่วนที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม แบบที่ 2 คือแพลตฟอร์มได้มากกว่าเรา ซึ่งคนที่ทักมาหาผมประมาณ 95% เป็นแบบที่ 2 โดยเฉพาะพอรวมค่าโฆษณาเข้าไป ส่วนแบบที่ 1 มักเป็นเจ้าของแบรนด์ ผลิตเอง หรือเป็น Exclusive ที่คุมราคาได้ ของผมเองบางรายการที่ซื้อมาขายไป ตีคร่าวๆ ก็ราว 70:30 ที่แพลตฟอร์มได้มากกว่า

2) “ขายเองได้เงินเต็มๆ” จริงไหม?

ถ้าเราเข้าทุกโปรแกรมใน Shopee, Lazada, TikTok ผมตีเลขกลมๆ แบบเผื่อไว้ว่าโดนประมาณ 25% และถ้ามีผ่อนจ่ายหรือค่าแอดเพิ่มก็ราว 25–30% หลายคนเลยคิดว่าออกมาขายเองก็ไม่ต้องเสียก้อนนี้ แต่ผมยกตัวอย่างใน LIVE แบบนี้ครับ

  • สินค้าตัวหนึ่ง ร้านคู่แข่งใน Shopee ตั้ง 4,500 บาท แต่ลูกค้าที่ซื้อคล่องรู้ว่ามีโค้ดลด 25% เกือบทุกวัน สุดท้ายจ่ายจริงแค่ 3,375 บาท
  • ถ้าเราจะดึงลูกค้าคนนี้มาซื้อช่องทางตัวเอง คนในไลฟ์ส่วนใหญ่ตอบว่าต้องขาย “ต่ำกว่า 3,375” ด้วยซ้ำ
  • บางคนตอบว่าต่อให้ถูกกว่านิดหน่อยก็ไม่ซื้อ เพราะซื้อผ่านแพลตฟอร์มมีการันตี คืนเงินได้ รู้สึกเซฟกว่า

แปลว่าถ้าของเราเหมือนคนอื่น เราก็ต้องลดอย่างน้อยเท่าโค้ดของแพลตฟอร์มอยู่ดี แล้วกำไรที่ว่าจะ “ได้เต็มๆ” มันอยู่ตรงไหน? ใน LIVE ผมเลยบอกว่าการขายเองอาจไม่ได้กำไรเป็นตัวเงินมากกว่าในระยะสั้น แต่สิ่งที่ได้คือ Asset อย่างฐานลูกค้าของตัวเอง ที่ต่อยอดได้ในอนาคต

3) 3 เงื่อนไขที่ทำให้ดึงลูกค้าออกจากแพลตฟอร์มได้

  1. สินค้าที่เราขาย คนอื่นในแพลตฟอร์มมีขายไหม / เราคุมได้ไหม — ถ้ามีของทดแทนได้ ลูกค้าก็เทียบราคาแล้วกลับไปซื้อในแอป
  2. ความน่าเชื่อถือของเราถึงไหม — ต้องน่าเชื่อถือพอจะชนะความรู้สึก “ซื้อผ่านแพลตฟอร์มปลอดภัยกว่า” ซึ่งสะสมได้จากการทำมานานหลายปี
  3. เรามีอะไรให้มากกว่าที่แพลตฟอร์มให้ไม่ได้ไหม — เช่น บริการติดตั้ง สอนใช้งาน ล้างแอร์ฟรี หรือโบนัสที่ลูกค้าตีมูลค่ายากแต่รู้สึกคุ้ม

มีครบ 3 ข้อจะฟินมาก ถ้ามีไม่ครบ ก็ต้องหาว่าจะเติมอะไรเข้าไปได้บ้าง ผมยังเล่าเคสเจ้าของแบรนด์ที่ประกาศเลิกขายบนแพลตฟอร์ม แต่ไม่ถึงเดือนก็กลับเข้าไปเข้าร่วมทุกโปรแกรมเหมือนเดิม เพราะลูกค้าแค่มาดูที่หน้าร้าน แล้วกลับไปซื้อในแอปอยู่ดี

4) เคสร้าน Gadget ที่แทบไม่พึ่งแพลตฟอร์ม

ช่วงที่คิดเรื่องนี้ ผมโดนร้านเคส iPad/iPhone และขาตั้งร้านหนึ่ง ยิงโฆษณาใน Facebook ใส่ เลยลองแกะแบบผู้บริโภคคนหนึ่งดูครับ สิ่งที่น่าสนใจคือ

  • คลิปแรกฮุคเร็ว เห็นประโยชน์ และพิสูจน์ได้จริง ถ่ายโดยทีมคนไทยเอง แล้วตามด้วยแอดรีทาร์เก็ตอีกหลายชุด
  • แอดปิดการขายหลายตัวไม่มีราคาตัวใหญ่ หน้าตาเหมือนเพื่อนโพสต์ ไม่ฮาร์ดเซล และลิงก์ไปช่องทางของตัวเอง ไม่ใช่แพลตฟอร์ม
  • พอเอาชื่อรุ่นไปเสิร์ชในแพลตฟอร์ม แทบไม่เจอใครขาย ถ้าเจอก็เป็นร้านส่งจากต่างประเทศที่แพงกว่า ต่อให้ใช้โค้ดลดแล้ว
  • บนเว็บตัวเองมีทั้งส่งฟรี โค้ดส่วนลด และสะสมแต้ม (ทุก 25 บาท = 1 แต้ม, 1 แต้ม = 1 บาท) แถมได้ข้อมูลลูกค้าไว้ทำการตลาดต่อ

ผมยังให้ AI ช่วยวิเคราะห์แอดของเขาจาก Facebook Ad Library พบว่าชิ้นงานสร้าง Awareness มีแค่ประมาณ 12.5% ที่เหลือเป็นแอดปิดการขาย/รีทาร์เก็ตหลายแบบมาก ซึ่งกลับด้านกับที่ผมทำอยู่เลยครับ

5) วงการอื่นก็พยายามดึงคนเข้าบ้านตัวเอง

ตัวอย่างที่ผมเจอเองในวงการหนังสือ: สำนักพิมพ์ในเครืออมรินทร์ตกลงกันว่าหนังสือปกใหม่ใช้โค้ดส่วนลดของแพลตฟอร์มไม่ได้ ต้องรอประมาณ 3 เดือน (ใช้ได้แค่โค้ดส่งฟรีกับโค้ดร้านค้า) ส่วนคนไลฟ์ก็คอยบอกว่าถ้าอยากได้ส่วนลดให้ไปซื้อ “บ้านหลัก” ของเขา บางสำนักพิมพ์แนบกระดาษมาในกล่อง ให้เอาไปใช้เป็นส่วนลดที่หน้าร้าน รวมถึงแบรนด์อย่างหมอพงษ์ที่แนบกระดาษให้มารับของฟรีที่สาขาเมื่อซื้อครบยอด

ต่อให้ค่าธรรมเนียมลดลงจริง มันไม่ได้ลดให้คุณคนเดียว มันลดให้ทุกคนในสนาม และคนที่ได้เปรียบที่สุดคือคนที่พร้อมที่สุด

ใน LIVE เต็มยังมีรายละเอียดอีกเยอะครับ ทั้งเคสลูกค้า Consult ที่ไม่รู้กำไรรายวัน, ตัวอย่าง Creative แอดปิด/รีทาร์เก็ตที่ผมเปิดให้ดูบนจอ, การคิดราคาแบบตั้งราคาต้นให้มีส่วนลดได้, วิธีใช้ AI ส่องว่าคนเก่งในวงการทำคอนเทนต์ถี่แค่ไหน (เช่น 45 คลิปต่อเดือน) และ Q&A ท้ายไลฟ์ 👇

YouTube Membership

ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership

สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *