สรุป LIVE EP6 ยอดตกไม่ใช่เพราะคุณห่วย 9 Mindset ที่ต้องแก้

สรุป LIVE EP6: ยอดตก ขายไม่ดีเหมือนเดิม? 9 Mindset ที่ต้องแก้จากข้างใน

LIVE EP6 : คุณไม่ผิดที่ขายไม่ดี ยอดตกไม่เหมือนเดิม มันแค่ไม่พร้อมจากข้างใน — LIVE เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2025 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 34 นาที) ตอนนี้ผมพูดเรื่องแพลตฟอร์มน้อยลง แล้วหันมาคุยเรื่อง Mindset ที่ขัดขวางการหารายได้ของเราแทนครับ เหมาะกับคนที่เคยขายดีมาก่อน แต่วันนี้ยอดตก หมดไฟ แล้วไม่รู้จะเริ่มแก้จากตรงไหน

บอกไว้ก่อนว่า LIVE นี้ไม่มีเทคนิคยิงแอด ไม่มีสูตรลัด ทั้งหมดคือ 9 ข้อที่ผมใช้กับตัวเองจริงๆ ตอนที่ยอดตกแล้วต้องหาทางลุกขึ้นมาใหม่ ไล่ตั้งแต่เรื่องตัวเลขไปจนถึงเรื่องจิตใจครับ

▶️ ดู LIVE เต็ม (สำหรับสมาชิก Membership)

ไฮไลต์จาก LIVE นี้

  • กำไรไม่ใช่ยอดขาย — ต้องรู้ Net Profit จริงหลังหักทุกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่แค่กำไรต่อชิ้น
  • “Do the Math” — อยากได้เพิ่มเดือนละ 100,000 ต้องขายตัวไหนกี่ชิ้น แล้วโฟกัสทีละตัว
  • สเกลแอดต้องมาคู่กับการวัดผล ไม่งั้นก็ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
  • โซเชียลยุคนี้นำส่งตาม “ความสนใจ” — ทำคอนเทนต์สม่ำเสมอ และระวังสิ่งที่ตัวเองเสพ
  • อย่าบูลลี่ตัวเองจากอดีต ลงทุนกับตัวเอง และอย่าดูถูกคุณค่าของตัวเอง

1) กำไรไม่ใช่ยอดขาย — คุณรู้ไหมว่าเมื่อวานได้กำไรกี่บาท?

ข้อแรกเป็นเรื่องที่คนมาปรึกษาผมแทบทุกคนยังไม่ได้ทำครับ ผมถามคนในไลฟ์ว่า “รู้ไหมว่าเมื่อวานเหลือกำไรกี่บาท” หลายคนตอบว่ารู้ เพราะคำนวณไว้ใน Excel แต่การรู้แค่ว่าขายตัวนี้ได้กำไรเท่าไหร่ ผมยังไม่นับว่ารู้นะครับ

ในไลฟ์ผมเปิดให้ดูโปรแกรมฟรีตัวหนึ่งที่ซิงก์ร้านได้หลายแพลตฟอร์ม (Shopee / Lazada / TikTok) แค่เรากรอกต้นทุนราย SKU ให้ครบ มันจะคำนวณกำไรหลังหักค่าธรรมเนียม และหักค่าแอดในแพลตฟอร์มให้เลย ดูแยกรายร้านได้ แต่สิ่งที่มันหักให้ไม่ได้ คุณต้องเอามาหักเองครับ:

  • ค่า Social Ads (Facebook / YouTube / Google) และค่าจ้าง KOL นอกแพลตฟอร์ม
  • เงินเดือนเรา เงินเดือนพนักงาน (อย่าเอาเงินตัวเองไปปนกับเงินบริษัท)
  • ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าเน็ต ค่าเช่า ค่าทำบัญชี
  • ค่า Subscription โปรแกรมต่างๆ เช่น AI

พอเห็นก้อน Net Profit กับก้อนค่าใช้จ่ายชนกัน คุณจะเห็นความจริงทันทีว่าเหลือเท่าไหร่ อันไหนแพงเกิน อะไรตัดได้ ผมเองก็เคยพลาด ช่วงยอดดีก็ขึ้นเงินเดือนให้น้องๆ แต่พอยอดตก ฐานเงินเดือนมันลดไม่ได้ อีกเรื่องที่ผมเตือนในไลฟ์คือเรื่องภาษี อย่าคิดว่าสรรพากรไม่รู้รายได้เรานะครับ

2) Do the Math — ขาดเท่าไหร่ ต้องขายตัวไหนกี่ชิ้น

พอรู้ Net Profit แล้ว ถ้าอยากได้มากกว่านี้ ให้ทำการบ้านง่ายๆ ครับ แต่ละ SKU กำไรไม่เท่ากัน บางตัว 100 บาท บางตัว 5,000 บาท (เลขสมมติ) ถ้าอยากได้เพิ่มเดือนละ 100,000 บาท ตัวที่กำไร 5,000 ต้องขายเพิ่ม 20 ชิ้น ตัวที่กำไรน้อยอาจต้องขายเป็นร้อยชิ้น แต่อาจสเกลง่ายกว่าก็ได้

อย่าพูดว่าจะดันทุกตัว ถ้าคุณยังไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น จะหา KOL ยิงแอด หรือทำคอนเทนต์ ก็ทำได้ทีละอย่างอยู่ดี

ข้อนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จครับ แต่มันทำให้เรารู้ตัวเร็วที่สุดว่าจะไปต่อท่าไหน ตัวไหนกำลังมาให้ดันต่อ ตัวไหนหมดหวังก็ไม่ต้องเสียเวลากับมัน

3) สเกลแอดได้ ต้องวัดผลเป็น

หลายคนคิดว่ายิงแอดเยอะขึ้นแล้วจะขายดีขึ้นเอง แต่ถ้าวัดผลไม่เป็น ก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำครับ ใน TikTok ให้ดูว่าครีเอทีฟชิ้นไหนทำ ROI ดี ใน Shopee / Lazada ให้ดูว่าแอดสินค้าตัวไหนเวิร์ก แล้วเรียนรู้จากตัวที่ดีไปปรับตัวที่ไม่ดี ส่วนแอดโซเชียลที่ยิงเข้าแพลตฟอร์ม ให้ใช้ Sub ID แยกว่าคลิกและออเดอร์มาจากครีเอทีฟไหน

ในไลฟ์ผมเล่าเคสลูกค้า Private Consult คนหนึ่งที่ใช้แค่ไอเดียนี้ ลดค่าแอดลงได้ประมาณ 40% โดยยอดขายเท่าเดิมครับ

4–6) เลิกยึดติดท่าเดิม โซเชียลยุคนี้นำส่งตาม “ความสนใจ”

ชิ้นงานดีแค่ไหนก็ไม่ดีตลอดกาลครับ คนเบื่อเร็ว ค่าคลิกแพงขึ้น CTR ลดลง ถ้าเรายังคิดแบบ “สินค้าดีอยู่แล้ว ไม่ต้องทำอะไร” ยอดจะไหลลงเรื่อยๆ และการแย่งสายตาคนไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป ผมยกตัวอย่างว่าคลิป TikTok ห่วยสุดก็ยังได้ราว 200–300 วิว ถ้าลงวันละ 5 คลิปก็มีคนเห็นเราราว 1,000 คนต่อวัน ลองคิดดูว่าถ้าจะยิงแอดให้ได้ 1,000 วิวต้องจ่ายเท่าไหร่

การโผล่ให้เห็นบ่อยๆ ในเรื่องเดิม คือการสร้าง Trust + Authority และเพราะโซเชียลแทบทุกที่ตอนนี้เป็นแบบ Interest-based แพลตฟอร์มจะส่งคอนเทนต์เราไปหาคนที่กำลังสนใจเรื่องนั้นพอดี ส่วนที่คุณเบื่อคอนเทนต์ตัวเอง นั่นเพราะคุณพูดมันทุกวัน คนดูแต่ละคลิปไม่ใช่คนกลุ่มเดิมทั้งหมดครับ

อีกด้านของ Interest-based ที่ผมว่าสำคัญมาก คือ ถ้าเราเอาแต่เสิร์ชและบ่นว่า “ขายไม่ดี ค่าคอมน้อย แอดห่วย” ฟีดก็จะส่งคนที่บ่นเหมือนเรามาให้ จนเรารู้สึกว่ามันปกติ ลองพลิกคำถามเป็น “ขายดีทำยังไง” แล้วฟีดจะเปลี่ยนไปทันที และการโทษชาวบ้าน เช่น ค่าธรรมเนียมขึ้น ก็ขึ้นเท่ากันทั้งประเทศ เอาพลังไปใส่ตรงนั้นไม่ได้อะไรกลับมาครับ

7–9) เรื่องข้างใน: อดีต การลงทุนกับตัวเอง และคุณค่าของตัวเอง

ข้อ 7: อย่าบูลลี่ตัวเองด้วยคำว่า “อดีต”

ผมเคยมีช่วงที่แคมเปญ 11.11 แค่ 3 นาทีแรกยอดขายได้ 5 ล้าน แล้ววันหนึ่งมันไม่ได้แบบนั้นอีก ผมก็ถามตัวเองว่า “กูโง่ลงหรือเปล่า” ในไลฟ์ผมเล่าแนวคิดเรื่อง “เส้นเวลา” ที่ได้จากคลาสโค้ช ว่าเราในอดีตกับเราตอนนี้คือคนเดียวกัน ความสำเร็จในอดีตคือหลักฐานว่าเราทำได้ ไม่ใช่ไม้เรียวไว้ตีตัวเอง

ข้อ 8: ลงทุนกับตัวเอง ใจดีกับตัวเองบ้าง

คนหาเงินหลักของบ้านหลายคน (รวมถึงผม) จ่ายค่าเรียนดีๆ ให้ลูกได้ แต่ตัวเองหาแต่ของฟรี ไม่กล้าจ้างคน ไม่กล้าเรียน ไม่กล้าพัก ผมเล่าว่าหลังจากยอมลงเรียนคอร์สโค้ชและ Personal Branding ผมกลับมาทำ YouTube ได้อีกครั้ง และมันคุ้มกว่าที่จ่ายไปมากครับ

ข้อ 9: อย่าดูถูกตัวเอง

ถ้าคุณเห็นคุณค่าของตัวเองเมื่อไหร่ คนที่เห็นคุณค่าของคุณเขาก็จะยอมใจให้คุณเช่นกัน

ถ้าคุณรู้สึกว่าตัวเองมีค่ามากพอ การ “ให้ไปก่อนแบบไม่กั๊ก” แล้วรับทีหลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมยอมรับว่าเคยทำหล่นหายไประหว่างทาง ตอนที่รายได้เยอะขึ้น

ใน LIVE เต็มยังมีอีกเยอะครับ ทั้งการเปิดโปรแกรมดูกำไรให้ดูบนจอ, การถาม-ตอบกับคนในไลฟ์เรื่องการคำนวณกำไร, เรื่องเล่าตอนผมเกือบเลิกทำธุรกิจ, ตัวอย่างคลิปแนวบันทึกช่วงขายไม่ดีที่คนดูเยอะ, การเปรียบเทียบคอนเทนต์กับการ “เข็นหมูปิ้งไปหน้าโรงเรียน” และ Recap ครบทั้ง 9 ข้อตอนท้าย 👇

YouTube Membership

ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership

สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *