สรุป LIVE EP1: ยิงแอดเท่าไหร่ก็ไม่โต เพราะ Funnel ขาด! วิธีเพิ่มยอดขาย
LIVE EP1 : [EP1] วิธีเพิ่มยอดขายที่ใช้ได้จริงๆ — LIVE เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2025 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 38 นาที) ไลฟ์นี้ผมขยายความจากโพสต์ในเพจที่บอกว่า “พอถึงจุดนึงคุณจะรู้ว่ายิงโฆษณาก็ขยายยอดไม่ได้มาก ถ้า Funnel สินค้าคุณไม่ดี” เหมาะกับเจ้าของร้านและคนขายออนไลน์ที่ยิงแอดไปเยอะ แต่ยอดไม่ขยับ หรือยิ่งยิงยิ่งแพงครับ
หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2025 (วันที่ LIVE) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ
ไฮไลต์จาก LIVE นี้
- Funnel แบบไม่วิชาการ: ทำไมคนส่วนใหญ่ยิงแอดแล้ว “ไปกองกันที่ปลายกรวย”
- Product Life Cycle: ของที่ขายดีอยู่แล้ว พอเราเอามาขายตาม เรามักอยู่ช่วงที่คู่แข่งเยอะและเริ่มตัดราคา
- “Funnel ขาด” เคสจริงของผมใน TikTok: ปิดคลิปที่ ROI ต่ำ แล้วยอดกลับตก
- TikTok สร้างการรู้จัก แต่คนจำนวนมากกระโดดไปซื้อที่แอปส้ม
- Scale ยอดในแอปส้ม: รู้จุดคุ้มทุนก่อน และทำไมผมกล้าเพิ่มงบแบบไม่อั้น
1) ยิงแอดไปเยอะ แต่ทำไมยอดไม่มา? เพราะทุกคนไปรอแย่งกันขายที่ปลายกรวย
ผมยิงโฆษณาหลายแพลตฟอร์ม ทั้ง TikTok, Facebook, Google, Shopee, Lazada เดือนนึงก็หลักแสน แล้วก็มีช่วงที่รู้สึกว่ายิงไปแล้วยอดไม่เพิ่ม แถมกินค่าโฆษณาเยอะขึ้นเรื่อยๆ
ลองนึกภาพ Funnel เป็นกรวยครับ ด้านบนกว้างคือคนที่ยังไม่รู้จักทั้งเราและสินค้า ไล่ลงมาเป็น รู้จัก → สนใจ → เชื่อใจ → ตัดสินใจซื้อ หน้าที่ของคอนเทนต์คือ “นวด” ให้คนค่อยๆ ไหลลงมาข้างล่าง แต่คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนที่เน้นขายใน Shopee/Lazada มักไปกองกันที่ปลายกรวย ทำแต่คลิปบอกโปร รอแย่งกันขาย ทั้งที่คนยังไม่รู้จักแบรนด์เลย
ผมยกตัวอย่างยาฆ่าแมลงสำหรับเกษตรกรที่มีไร่ 50 ไร่ เขาไม่ซื้อทันทีที่เห็นโฆษณาครั้งเดียวแน่นอน เพราะความเสี่ยงสูง ต่างจากของถูกที่ความเสี่ยงต่ำ อย่างหวีหรือเสื้อผ้า ดูคลิปดูคอมเมนต์นิดเดียวก็ซื้อ ยิ่งสินค้าแพงหรือเสี่ยง ยิ่งต้องลงแรงด้านบนของกรวยมากขึ้น
2) Product Life Cycle: เราอยู่ตรงไหนของกราฟ?
ในไลฟ์ผมวาดกราฟวงจรชีวิตสินค้าให้ดู ช่วงแรกจะมีกลุ่ม Early Adopter ที่ชอบลองของใหม่ (เหมือนคนที่ต่อคิวซื้อ iPhone รุ่นใหม่) แล้วค่อยมีคนกลุ่มใหญ่ที่ใช้ตามกัน จนสุดท้ายหมดกระแส
- ยิงช่วงแรก: ยาก เพราะคนยังไม่อยากซื้อ ต้องยิงเพื่อให้รู้จักและสนใจ แต่ถ้าทำได้ เราเป็นคนคุมเกมและตั้งราคาเอง
- ยิงช่วงหลัง: ก็ยาก เพราะคู่แข่งเยอะ เริ่มตัดราคากัน กำไรเริ่มไม่เหลือ
- ของที่กระแสหมดแล้ว ต่อให้ยิงแอดเท่าไหร่ก็ไม่บูมกลับมา
คนที่ขายของเก่งเลยต้องหา New S-Curve คือหาสินค้าตัวใหม่มาดันขึ้นไปอีกรอบก่อนตัวเดิมจะหมดยุค และอย่ารักสินค้าตัวเองมากเกินไปจนไม่ยอมดูว่าตลาดยังเอาอยู่ไหม
3) “Funnel ขาด” เคสจริงของผมเองใน TikTok
ใน TikTok ระบบ GMV Max จะเอาเงินไปลงกับคลิปที่ขายได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคลิปปลายกรวยที่บอกโปร มือใหม่หลายคนเห็นว่ามี 10 คลิป แต่ขายดีอยู่แค่ 2 คลิป ก็เลยปิดอีก 8 คลิปที่ผลตอบแทนต่ำเพื่อประหยัดค่าแอด ทั้งที่ 8 คลิปนั้นอาจเป็นคลิปด้านบนของกรวยที่สร้างการรู้จักอยู่
ผมเองก็พลาดแบบนี้ครับ มี 10 คลิปแต่มีคลิปเดียวที่ทำยอด เลยลบอีก 9 คลิปทิ้ง ยอดดีอยู่แป๊บเดียว จากนั้นค่าโฆษณาแพงขึ้น ทั้งที่มีส่งฟรีและโค้ดช่วยอยู่แล้วก็ยังขายไม่ได้ พอผมกลับไปยิงก้อนด้านบนใหม่ (และตั้งราคาใน TikTok ให้สูงกว่าแพลตฟอร์มอื่น เพราะค่าธรรมเนียมเยอะและต้องยิงแอดด้วย) ยอดวันนั้นดีกว่าทุกวันที่ผ่านมาแบบเห็นได้ชัด
การยิงโฆษณาไม่ได้เป็นการเสกยอดขาย แต่คือการเอาของที่เราวางแผนไว้แล้ว มาทำให้คนเห็นเยอะขึ้น
ผมสรุปไว้ว่าแอดที่ไม่เวิร์คมักมาจาก 3 อย่าง: ระบบอาจห่วยจริงๆ, คอนเทนต์ไม่ดีหรือยิงจนช้ำ, หรือ Funnel ขาด และนอกจาก ROI แล้ว ควรดูอัตราคนดูคลิปจนจบด้วย ถ้าคนดูจบแต่ไม่ซื้อ คลิปอาจดีแล้ว แต่ขาด Call to Action ที่ดีตอนท้าย
4) TikTok สร้างการรู้จัก แต่คนไปปิดการขายที่แอปส้ม
ผมสัมภาษณ์ลูกค้าหน้าร้าน ประมาณ 80% บอกว่าเห็นจาก TikTok แต่เวลาซื้อจริงหลายคนไปซื้อที่แอปส้ม ผมเคยคุยกับทีม Affiliate ของ Shopee ซึ่งเล่าว่าเขาไม่ได้จะแข่งเรื่องคุณภาพคอนเทนต์ แต่อยากเป็น “ไม้สุดท้าย” ตอนคนจะซื้อ
ณ วันที่ LIVE ผมมองว่าถ้าเข้าร่วมทุกโปรแกรมส่งเสริมการขาย TikTok แพงสุด ส่วน Shopee ถูกกว่า และ Shopee กับ Lazada พอๆ กัน ข้อสรุปของผมคืออย่ามีแค่ TikTok หรือแค่ Shopee ถ้าทั้งสองที่แข็งแรงและเข้าใจหลังบ้าน ยอดยังไงก็อยู่กับคุณ
อีกเรื่องที่ผมเพิ่งตกผลึก: คลิปสั้นทำให้คนเห็นว่าคุณยังอยู่ แต่คลิปที่ทำให้คนเชื่อใจมักเป็นคลิปยาว โดยเฉพาะสินค้าราคาสูงหรืองานบริการ
5) Scale ยอดในแอปส้ม: รู้จุดคุ้มทุนก่อน แล้วค่อยกล้ายิง
คนที่ไม่กล้ายิงโฆษณาส่วนใหญ่คือคนที่ไม่รู้ว่าต้นทุนจริงเท่าไหร่ โดนแพลตฟอร์มหักเท่าไหร่ จ่ายค่าโฆษณาได้กี่เปอร์เซ็นต์ และจุดคุ้มทุนอยู่ตรงไหน ยิงนิดเดียวก็รู้สึกว่าขาดทุนแล้วหยุด
ผมยกตัวอย่างโครงสร้างต้นทุนแบบคร่าวๆ ที่บางแบรนด์ใช้ สินค้า 100 บาท:
| รายการ | สัดส่วนโดยประมาณ (ตัวอย่างใน LIVE) |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มทั่วไป | 25% |
| ค่าโฆษณา | 20% |
| ค่านายหน้า (Affiliate) | 10% |
| ค่าขนส่ง | เลือกไม่ได้ |
ส่วนคำถามว่าทำไมบางคนยิงแอดในแอปส้มแล้วยอมเพิ่มงบไม่อั้น ผมเล่าเคสที่ตั้ง ROAS ไว้ 10 แต่วันนั้นได้จริงแค่ 2 และงบรายวันหมด สิ่งที่ผมทำคือเพิ่มงบไม่อั้น เพราะรู้ว่ามีระบบ ROAS Protection ที่ส่วนที่ยิงได้แย่จะคืนเป็นเครดิตให้ยิงต่อ และผมคำนวณกำไรไว้แล้ว ผมมองว่าระบบแอดของแอปส้มยิงง่ายกว่า TikTok มาก ขอแค่รู้ว่าต้องใส่ตัวเลขเท่าไหร่
ใน LIVE เต็มยังมีอีกเยอะครับ เช่น วิธีดูกระดานโฆษณาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน, ความเห็นเรื่อง Rapid Boost, สายนายหน้า/ติ๊กทองใน Shopee Live หาเงินยังไง, เคสร้านเดียวที่ลงสินค้าเดียวหลายตะกร้าแล้วยิงแอดทุกตะกร้า, มุมมองเรื่อง Lazada และช่วง Q&A ตอบคำถามคนดูสดๆ อีกเกือบครึ่งชั่วโมง 👇
YouTube Membership
ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership
สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน