สรุป LIVE EP32 ค่าธรรมเนียม Shopee ขึ้น แต่ธุรกิจคุณต้องรอด

สรุป LIVE EP32: ค่าธรรมเนียม Shopee ขึ้น ปรับตัวยังไงให้ธุรกิจรอด

LIVE EP32 : ค่าธรรมเนียม Shopee ขึ้น แต่ธุรกิจคุณต้องรอด — LIVE เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 (ยาวประมาณ 1 ชั่วโมง 43 นาที) ไลฟ์นี้ผมขึ้นมาคุยกันสด ๆ ก่อนค่าธรรมเนียมรอบใหม่ของ Shopee จะเริ่มใช้แค่ไม่กี่ชั่วโมงครับ ว่าคนขายควรรับมือยังไง ทั้งเรื่องขึ้นราคา ตัดสินค้า ปรับโฆษณา และค่าคอมนายหน้า เหมาะกับเจ้าของแบรนด์และร้านที่รู้สึกว่ากำไรกำลังโดนบีบครับ

หมายเหตุ: ข้อมูลค่าธรรมเนียม/นโยบายในบทความนี้เป็นข้อมูล ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2026 (วันที่ LIVE) แพลตฟอร์มปรับบ่อย ควรเช็กข้อมูลล่าสุดใน Seller Center ก่อนตัดสินใจ

▶️ ดู LIVE เต็ม (สำหรับสมาชิก Membership)

ไฮไลต์จาก LIVE นี้

  • ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน + โปรแกรมหลัก (หมวดทั่วไป) ณ วันที่ LIVE: ร้านทั่วไปประมาณ 28% ร้าน Mall ประมาณ 31%
  • ก่อนขึ้นราคา ต้องรู้ต้นทุนจริงของทุก SKU และกำไรแยกรายแพลตฟอร์ม
  • สินค้าที่แข่งไม่ได้ อย่ากอดไว้ — เลิกขาย ลดงบ หรือระบายสต๊อกอย่างมีแผน
  • ROAS บนกระดานโฆษณาไม่ใช่ ROAS จริง ต้องหักออเดอร์ที่ไม่สำเร็จออกก่อน
  • ขึ้นราคาแล้ว อย่าลืมเช็ก 4 เมนูที่อาจล็อกราคาเก่าไว้

ค่าธรรมเนียมรอบนี้ เราห้ามไม่ได้ แต่เตรียมตัวได้

พูดกันตรง ๆ นะครับ ค่าธรรมเนียมของ Shopee เราไปหยุดไม่ได้ ต่อให้ไปร้องเรียนที่ไหนก็ตาม แพลตฟอร์มก็ต้องทำให้ผู้ถือหุ้นพอใจเหมือนกัน สิ่งที่เราทำได้คือปรับธุรกิจเราเองครับ

ณ วันที่ LIVE ถ้าเป็นหมวดทั่วไปและเข้าโปรแกรมที่ให้ลูกค้าใช้โค้ดส่งฟรีกับโค้ดส่วนลดได้ ร้านทั่วไปจะเสียประมาณ 28% ส่วนร้าน Mall ประมาณ 31% ถ้าขายเสื้อผ้าแฟชั่นอาจแพงกว่านี้อีกราว 1% ส่วนคอมพิวเตอร์/อิเล็กทรอนิกส์จะถูกกว่าค่อนข้างเยอะ เพราะงั้นอย่าไปถามคนอื่นแล้วเอาตัวเลขเขามาใช้ครับ แต่ละหมวดไม่เท่ากัน ต้องดูของตัวเองให้เป็น

ของผมเอง ผมขึ้นราคาไปตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ก่อนค่าธรรมเนียมใหม่จะเริ่มใช้ ปรากฏว่าจบเดือนกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 4–5% ยอดขายก็ขยับขึ้นนิดหน่อยด้วย ไม่ได้แย่อย่างที่หลายคนกลัวครับ

ข้อ 1: รู้ต้นทุนทุก SKU ก่อนจะขึ้นราคา

ผมย้ำกับทุกคนที่มาปรึกษาว่าต้องมี price structure ที่แม่นมาก ๆ ต้องรู้ว่าต้นทุนจริงของแต่ละ SKU กี่บาท รวมภาษี ค่าขนส่ง ค่าพนักงาน ถ้าขายหลายแพลตฟอร์ม ควรมี Master SKU ในระบบ ERP กลาง (เช่น BigSeller หรือ JST) ไว้คุมทั้งสต๊อกและต้นทุน แล้วดูได้เลยว่าแต่ละออเดอร์ แต่ละร้าน แต่ละแพลตฟอร์ม เหลือกำไรกี่บาท

ที่ผมเกลียดที่สุดคือการ “ดูแค่ภาพรวม” ครับ ภาพรวมกำไร 5% อาจดูโอเค แต่ข้างในอาจมีบางตัวที่กินงบโฆษณาไปเยอะโดยแทบไม่ทำกำไรเลย ถ้าไม่แยกดูราย SKU คุณจะไม่มีทางรู้ และจะตอบไม่ได้ด้วยว่าควรไปต่อกับแพลตฟอร์มไหน

ถ้ามีข้อมูลที่แม่น และพอใช้ AI เป็นนิดหน่อย ทุกต้นสัปดาห์คุณจะรู้เลยว่าต้องไปลงแรงกับอะไร ไม่ใช่ยอดตกแล้วก็วนถามว่าทำยังไงดี

ข้อ 2: เลิกขายหรือลดงบตัวที่แข่งไม่ได้ อย่ากอดสินค้า

ถ้าเป็นแม่ทัพแล้วรู้ว่าศึกไหนแพ้ ก็ต้องรีบถอยครับ สินค้าที่ยิงแอดแล้วแพ้ทุกรอบก็เหมือนส่งทหารไปตายฟรี แถมจ่ายค่าเสบียง (ค่าโฆษณา) ทิ้งอีก ตัวไหนไปต่อไม่ไหวก็เลิกขาย หรืออย่างน้อยลดงบการตลาดลง

ส่วนสต๊อกที่ค้าง ต้องทำ liquidation ให้เป็น ระบายออกอย่างมีแผน เช่น

  • จัดเซต หรือ ซื้อชิ้นแรกในราคาปกติ แลกซื้อชิ้นที่ 2 ในราคาทุน
  • ใช้เป็นของพรีเมียมแลกแต้มในระบบ CRM / LINE OA ของตัวเอง แลกกับการได้ข้อมูลลูกค้าตัวจริง
  • จัดเป็นราคาพิเศษเฉพาะช่องทางของเราเอง

แต่ระวังเรื่อง channel cannibalization ด้วยนะครับ ตั้งราคาแต่ละช่องทางให้ดี อย่าให้ช่องทางของเราแย่งลูกค้ากันเอง โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีหน้าร้านตามห้างด้วย

ข้อ 3: ROAS บนกระดานไม่ใช่ ROAS จริง

ยอดในกระดานโฆษณาของ Shopee นับจาก Place Order คือรวมทุกออเดอร์ ทั้งที่ไม่จ่ายเงิน ยกเลิก หรือคืนของ ผมยกตัวอย่างในไลฟ์ว่า ถ้าออเดอร์ที่สำเร็จจริงคือ 90% และกระดานโชว์ ROAS 10 แปลว่า ROAS ที่ได้จริงคือประมาณ 9 เท่านั้น ค่าโฆษณาที่เคยคิดว่ากินไป 20% ของราคาขาย อาจกลายเป็น 22–23% บวกค่าธรรมเนียมอีกราว 28–29% ก็ทะลุ 50% แล้วครับ

ระบบประมูลอัตโนมัติหรือ GMV Max ไม่ได้แย่นะครับ ใช้หาค่ากลางได้เร็ว แต่ระบบไม่รู้ว่าคุณกำไรเท่าไหร่ ถ้าตั้งตามที่ระบบแนะนำตลอดไป ก็เท่ากับฝากกำไรของบริษัทไว้กับระบบ เจ้าของต้องหาจุดสมดุลเองว่าตั้ง ROAS เท่าไหร่แล้วได้กำไรรวมดีที่สุด ในไลฟ์ผมเทียบตัวอย่างตั้ง ROAS ต่ำ/กลาง/สูง ให้ดูว่าขายได้เยอะสุด ไม่ได้แปลว่ากำไรรวมเยอะสุดเสมอไป

ข้อ 4: ทบทวนค่าคอม Affiliate

ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยกับการเอากลยุทธ์ TikTok มาใช้กับ Shopee ตรง ๆ ถ้าจะให้ค่าคอมใคร คนนั้นควรสร้าง value อะไรบางอย่างให้เรา ลองดาวน์โหลดรายงานในเมนูโปรโมทผ่านพาร์ทเนอร์ออกมาดู (ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ก็ได้) ว่าเงินที่จ่ายไปอยู่กับช่องไหน ถ้าหลักหมื่นไปจบที่ไลฟ์ผีที่แค่แจกโค้ด อาจถึงเวลาตัดสินใจครับ ว่าจะเปิดค่าคอมทั้งร้านแบบต่ำ ๆ ปิดทั้งร้าน หรือให้เฉพาะบางคน

ขึ้นราคาแล้ว อย่าลืมเช็ก 4 เมนูนี้

อันนี้คนพลาดกันเยอะมากครับ ปรับราคาหลังบ้านแล้ว แต่ลูกค้ายังซื้อได้ในราคาเดิม เพราะราคาไปถูกล็อกไว้ที่อื่น

  1. Exclusive Price Campaign (ลูกค้าเก่า Shopee) ใน Shopee Marketing Solution — ต่อให้ขึ้นราคาจาก 100 เป็น 120 ถ้าในนี้ยังเป็น 100 ลูกค้าก็ซื้อได้ 100
  2. แคมเปญเสนอราคา โดยเฉพาะเมนู “นำเสนอด่วน” ที่เปิดทิ้งไว้
  3. แคมเปญของ Shopee เช่น Shopee ถูกชัวร์ ที่ทีมงานอาจส่งสินค้าเข้าไปแล้ว
  4. แคมเปญส่วนลด ที่ทีมงานอาจกด approve ไว้โดยเจ้าของไม่รู้

ถ้าเช็กครบแล้วยังไม่ได้ ให้ทัก CS Shopee และถ้าเขาตอบไม่ได้ ขอให้เปิดคำร้องให้เลยครับ ไม่ต้องเสียเวลาคุยยาว

ในไลฟ์เต็มยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมไม่ได้สรุปไว้ตรงนี้ครับ ทั้งวิธีใช้เครื่องมือคีย์เวิร์ดใน Shopee Ads ทำรีเสิร์ชตลาดและคู่แข่งก่อนตั้งราคา, ทำไมผมกล้าขายแพงกว่าร้านอื่น, โค้ดร่วมออกของ TikTok ที่ถ้ารวมกันแล้วไม่ได้ถูกอย่างที่คิด, โมเดล in–up–max ที่ทุกธุรกิจควรมี, การวาง CRM แต้มสะสมกับสต๊อกที่ต้องระบาย, มุมมองว่าค่าธรรมเนียมจะไปจบที่เท่าไหร่ และ Q&A เรื่องกลัวเพดาน 1.8 ล้าน ใครอยากฟังแบบเต็ม ๆ ดูได้เลยครับ 👇

YouTube Membership

ดู LIVE เต็มทุกตอน ใน Membership

สมาชิกระดับ Standard 300 บาท/เดือน ดู LIVE ย้อนหลังได้ทุกตอน มี LIVE ฉบับตัดต่อให้ทบทวนเร็วขึ้น และเข้ากลุ่ม LINE OpenChat คุยกับคนขายด้วยกัน

Similar Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *